คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2291/2534
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าหน้าที่ของธนาคารไม่ปฏิบัติตามระเบียบของธนาคารในการตรวจสอบเอกสารของผู้ขอเปิดบัญชี จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่น ถือเป็นการกระทำละเมิด และธนาคารผู้ว่าจ้างต้องร่วมรับผิดในผลแห่งละเมิดนั้นด้วย
ย่อคำพิพากษา
ท.เป็นสมุห์บัญชีสาขาธนาคารจำเลย มีหน้าที่ตรวจเอกสารของผู้ที่มาขอเปิดบัญชีตามระเบียบของจำเลย ว.ได้นำเอาพยานหลักฐานสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของโจทก์ไปเปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวันในนามของโจทก์ ซึ่งหาก ท.ได้ขอตรวจดูต้นฉบับบัตรประจำตัวประชาชนหรือตรวจดูเพียงสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนซึ่งได้ปรากฏภาพถ่ายเจ้าของบัตรไว้อย่างละเอียดรอบคอบแล้ว ย่อมทราบได้ทันทีว่า ว.ไม่ใช่โจทก์ การที่ ท.ได้อนุมัติให้ ว.เปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวันไปโดยไม่ตรวจหลักฐานของผู้ขอเปิดบัญชีตามระเบียบของจำเลย แล้ว ว.สั่งจ่ายเช็คในนามของโจทก์ทำให้โจทก์ถูก ด.ฟ้องเป็นคดีอาญา การกระทำของ ท.ย่อมเป็นการละเมิดต่อโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เมื่อ ท.กระทำไปในทางการที่จ้างของจำเลย จำเลยจึงต้องร่วมรับผิดต่อผลแห่งละเมิดดังกล่าวด้วย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเสกสรรค์ วรธรรมกิตติ · จำเลย - ธนาคารกรุงไทย จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วินัย กันนะ · ถาวร ตันตราภรณ์ · ประศาสน์ ธำรงกาญจน์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่งธนบุรี - นายสุชาติ ถาวรวงษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสถิตย์ เล็งไธสง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา