⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2441/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2441/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกำหนดค่าทดแทนแก่เจ้าของที่ดินที่ถูกเวนคืนต้องถือตามประกาศราคาปานกลางของที่ดินเพื่อเก็บภาษีบำรุงท้องที่กับสภาพและทำเลของทรัพย์สินมาประกอบกันตามความเป็นธรรมในวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาเวนคืน

ย่อคำพิพากษา

การกำหนดค่าทดแทนแก่เจ้าของที่ดินที่ถูกเวนคืนตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2497 มาตรา 14กำหนดตามความเป็นธรรมในวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาเวนคืนต้องถือตามประกาศราคาปานกลางของที่ดินเพื่อเก็บภาษีบำรุงท้องที่กับสภาพและทำเลของทรัพย์สินมาประกอบกัน การที่อนุญาโตตุลาการนำราคาซื้อขายที่ดินใกล้เคียงแต่อยู่คนละหน่วยและเป็นการซื้อขายเพียงรายเดียว หลังวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาเวนคืน กับนำราคาตามหนังสือของโจทก์เป็นหลักในการพิจารณาเป็นการขัดต่อกฎหมายศาลไม่บังคับตามคำชี้ขาดนั้น จำเลยฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่บังคับให้จำเลยชำระเงินตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ต้องเสียค่าขึ้นศาลในอัตราร้อยละหนึ่งของทุนทรัพย์.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.221 พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 ม.14

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสี่เป็นเจ้าของที่ดินต้องถูกเวนคืนเพื่อประโยชน์ในการชลประทาน ในการกำหนดค่าทดแทนโจทก์จำเลยได้แต่งตั้งอนุญาโตตุลาการของแต่ละฝ่ายขึ้นพิจารณา แต่อนุญาโตตุลาการมีความเห็นไม่ตรงกัน โจทก์จึงร้องขอต่อศาลชั้นต้นให้มีคำสั่งตั้งประธานอนุญาโตตุลาการขึ้นชี้ขาด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งนายอุกฤษมงคลนาวิน เป็นประธานอนุญาโตตุลาการ นายอุกฤษ มงคลนาวิน ชี้ขาดกำหนดค่าทดแทนที่ดินไร่ละ 68,000 บาท ที่ดินของโจทก์ทั้งสี่จำนวน 11 ไร่ 2 งาน 29 ตารางวา เป็นเงิน 786,930 บาท แต่จำเลยไม่ชำระขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวนดังกล่าว พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2519 จนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การว่า การที่อนุญาโตตุลาการทั้งสองฝ่ายเห็นฟ้องกันให้ฝ่ายโจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลให้มีคำสั่งตั้งประธาน เป็นการนอกเหนืออำนาจของอนุญาโตตุลาการ คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการและนายอุกฤษมงคลนาวิน ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะไม่ได้ทำการไต่สวนและไม่ได้ฟังพยานหลักฐาน นายอุกฤษ ไม่ได้ทำความเห็นร่วมกับอนุญาโตตุลาการทั้งสองฝ่าย เมื่อนายอุกฤษ ทำคำชี้ขาดยื่นต่อศาลชั้นต้น ในที่สุดศาลฎีกาพิพากษาให้ยกคำร้อง อนุญาโตตุลาการทั้งสองฝ่ายกำหนดราคาค่าทดแทนตามใจชอบขัดต่อกฎหมาย นายอุกฤษ ทำการโดยไม่สุจริต ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืน11 ไร่ 2 งาน 29 ตารางวา ราคาไร่ละ 68,000 บาท เป็นเงิน786,930 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 23 กรกฎาคม 2523 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การกำหนดราคาที่ดินที่ถูกเวนคืนตามความเป็นธรรมตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์พ.ศ. 2497 ต้องถือตามประกาศราคาปานกลางของที่ดินเพื่อประโยชน์แห่งการเสียภาษีบำรุงท้องที่ กับสภาพและทำเลของที่ดินประกอบด้วยสำหรับราคาที่ดินที่ที่ดินของโจทก์ทั้งสี่ตั้งอยู่ ไม่มีราคาปานกลางของที่ดินเพื่อประโยชน์แห่งการเสียภาษีบำรุงท้องที่ มีแต่ประกาศราคาที่ดินตามราคาประเมินเพื่อเป็นทุนทรัพย์สำหรับเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ซึ่งพอเทียบเคียงได้ว่าเป็นราคาปานกลางของที่ดินเพื่อประโยชน์แห่งการเสียภาษีบำรุงท้องที่ได้ และที่ดินของโจทก์ทั้งสี่ที่ถูกเวนคืนอยู่ในหน่วยที่ 2 ซึ่งมีราคาปานกลางไร่ละ 2,000 บาท ในวันที่พระราชกฤษฎีกาใช้บังคับก็ต้องถือเอาราคาดังกล่าวเป็นราคาปานกลางของที่ดินโจทก์ทั้งสี่ จะถือเอาราคาปานกลางของที่ดินในหน่วยอื่นมาประกอบการพิจารณาเป็นราคาปานกลางไม่ได้ การที่อนุญาโตตุลาการฝ่ายโจทก์ทั้งสี่กำหนดราคาปานกลางของที่ดินโจทก์ทั่ง สี่ไร่ละ68,000 บาท โดยอาศัยราคาที่ดินตำบลบ้านเลือก ซึ่งเอกชนขายให้แก่องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยอันเป็นราคาที่ดินคนละหน่วย และอนุญาโตตุลาการฝ่ายจำเลยกำหนดราคาปานกลางของที่ดินโจทก์ทั้งสี่ไร่ละ 10,000 บาท โดยถือเอาหนังสือที่ฝ่ายโจทก์ทั้งสี่มีไปถึงจำเลยเป็นหลัก จึงไม่ถูกต้อง ส่วนสภาพและทำเลที่ดินของโจทก์ทั้งสี่ถูกเวนคืน ปรากฏว่าอยู่ ห่างจากถนนเพชรเกษม สายเก่า 50 เมตร ห่างจากสุขาภิบาลโพธาราม ประมาณ 50 เมตร และมีถนนสายเขาช่องพรานตัดผ่านที่ดินของโจทก์ด้วยก็ตาม แต่สภาพที่ดินของโจทก์ทั้งสี่ใช้ทำนา แม้จะฟังว่าที่ดินที่เอกชนขายให้องค์การโทรศัทพ์ แห่งประเทศไทย ในราคาไร่ละ68,000 บาท จะอยู่ ใกล้ที่ดินของโจทก์ ก็ได้ความจากโจทก์ทั่ง สี่ว่ามีการซื้อขายกันเพียงรายเดียวเท่านั้น และราคาดังกล่าวได้มีการซื้อขายกันเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2513 หลังจากพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินบริเวณที่ที่จะต้องเวนคืนประกาศใช้บังคับ จึงไม่อาจนำมาพิจารณาประกอบ ทั้งอนุญาโตตุลาการทั้งสองฝ่ายไม่ได้กำหนดราคาปานกลางของที่ดินโจทก์ทั้งสี่ตามสภาพและทำเลควรจะเพิ่มขึ้นอีกไร่ละเท่าใด การกำหนดค่าทดแทนราคาที่ดินของอนุญาโตตุลาการทั้งสองฝ่ายจึงไม่เป็นไปตามนัยแห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2497 มาตรา 14 ดังนั้นการที่นายอุกฤษ ชี้ขาดราคาที่ดินตามที่อนุญาโตตุลาการฝ่ายโจทก์ทั้งสี่กำหนดจึงขัดต่อกฎหมาย อนึ่ง จำเลยฎีกาขอให้พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่บังคับจำเลยให้ชำระเงินแก่โจทก์ตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการจึงต้องเสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาในอัตราร้อยละหนึ่งของทุนทรัพย์ที่ฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ตาราง 1(1) ที่จำเลยเสียค่าขึ้นศาลในอัตราร้อยละสองบาทห้าสิบสตางค์ จึงเสียเกินมา พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสี่ คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาส่วนที่เกินให้จำเลย. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2441/2534 นาง ถนอม พรหมภิบาล กับพวก โจทก์ กรมชลประทาน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง ถนอม พรหมภิบาล กับพวก · จำเลย - กรมชลประทาน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญส่ง วรรณกลาง · ตัน เวทไว · อุไร คังคะเกตุ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1925/2522ฎีกา 175/2519ฎีกา 275/2504ฎีกา 1167/2532ฎีกา 1339/2538ฎีกา 427/2522ฎีกา 503/2526ฎีกา 2602/2533ฎีกา 467/2539ฎีกา 611/2535ฎีกา 3250/2545ฎีกา 4658/2533ฎีกา 1077-1078/2512ฎีกา 2556/2536ฎีกา 1982/2524ฎีกา 2755/2516ฎีกา 298/2539ฎีกา 2690/2522ฎีกา 5513/2540ฎีกา 502/2522ฎีกา 4148/2541ฎีกา 698/2521ฎีกา 2546/2547ฎีกา 262/2489
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา