⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 611/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 611/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการนอกศาล ต้องเสียค่าขึ้นศาลตามจำนวนที่อนุญาโตตุลาการกำหนดไว้ในคำชี้ขาด โดยคำนวณตามอัตราที่กฎหมายกำหนด.

ย่อคำพิพากษา

ข้อตกลงที่ว่าหากมีกรณีพิพาทตามสัญญาซื้อขายฝ้ายดิบเกิดขึ้นจะต้องเสนอคดีต่ออนุญาโตตุลาการตามระเบียบและกฎข้อบังคับของเดอะ ริเวอร์พูล คอตต้อน แอสโซซิเอชั่น ลิมิเตดเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาซื้อขาย เมื่อจำเลยมิได้ทำสัญญาซื้อขายฝ้ายดิบกับโจทก์ โจทก์จึงไม่อาจนำคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการมาฟ้องบังคับให้จำเลยต้องปฏิบัติตามได้ ฟ้องโจทก์มีคำขอให้ศาลบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการนอกศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 221 แม้โจทก์จะระบุฐานความผิดในฟ้องว่าผิดสัญญาทางแพ่ง และบรรยายฟ้องเกี่ยวกับสัญญาซื้อขายมาด้วย แต่โจทก์ก็มิได้ขอให้บังคับจำเลยตามสัญญาซื้อขาย ดังนี้ โจทก์ต้องเสียค่าขึ้นศาลตามตาราง 1 ข้อ (1) (ข) ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ในอัตราหนึ่งบาทต่อทุกหนึ่งร้อยบาทตามจำนวนที่อนุญาโตตุลาการกำหนดไว้ในคำชี้ขาด แต่ไม่ให้เกินแปดหมื่นบาท

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.221 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.797

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด แอลเล็นเบอร์กคอตต้อน คอมปะนี ต่อไปในคำฟ้องจะเรียกว่า แอลเล็นเบอร์กเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดในเครือของโจทก์ โจทก์ได้ควบแอลเล็นเบอร์กเข้าด้วยกันกับโจทก์ จำเลยได้ทำสัญญาซื้อขายฝ้ายดิบกับแอลเล็นเบอร์ก รวม ๗ ฉบับ โดยสัญญาซื้อขายดังกล่าวมีตัวแทนของจำเลยลงลายมือชื่อและประทับตราไว้เป็นหลักฐาน ต่อมาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๒๘ อันเป็นเวลาที่กำหนดส่งสินค้าตามสัญญาบางฉบับได้ล่วงพ้นไปแล้ว แต่จำเลยมิได้เปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตให้แก่แอลเล็นเบอร์กแอลเล็นเบอร์กจึงแจ้งให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญา จำเลยเพิกเฉย แอลเล็นเบอร์กจึงเสนอกรณีพิพาทตามสัญญาทั้ง ๗ ฉบับ ต่ออนุญาโตตุลาการ อนุญาโตตุลาการได้มีคำตัดสินชี้ขาดว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาและให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยรวมทั้งค่าธรรมเนียม ค่าทำคำชี้ขาด และค่าใช้จ่ายของอนุญาโตตุลาการ ซึ่งแอลเล็นเบอร์กได้จ่ายให้แก่อนุญาตโตตุลาการไปแล้ว แอลเล็นเบอร์ก และโจทก์ได้ติดตามทวงถามให้จำเลยชำระหนี้แล้ว แต่จำเลยเพิกเฉยขอให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๑๒,๐๐๒,๘๖๕.๓๗ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเงินเสร็จให้แก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยทำสัญญาซื้อฝ้ายดิบรวม ๗ ฉบับ ตามฟ้องกับแอลเล็นเบอร์ก ลายมือชื่อและตราประทับในเอกสารแต่ละฉบับมิได้เป็นลายมือชื่อของผู้มีอำนาจกระทำการแทนจำเลย ทั้งตราประทับก็มิใช่ตราประทับของจำเลย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นตามที่โจทก์นำสืบโดยจำเลยมิได้นำสืบโต้แย้งเป็นอย่างอื่นว่า โจทก์จำเลยและแอลเล็นเบอร์กเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด โดยโจทก์และแอลเล็นเบอร์กตั้งขึ้นตามกฎหมายของรัฐนิวยอร์คและรัฐเทนเนสซี่ประเทศสหรัฐอเมริกาตามลำดับ เมื่อเดือนมกราคมถึงเดือนกรกฎาคม ๒๕๒๗ แอลเล็นเบอร์กได้ทำสัญญาขายฝ้ายดิบให้แก่ผู้ซื้อในประเทศไทยโดยมีนายสุรศักดิ์ ภิญญาวัธน์ ลงนามในสัญญาเป็นชื่อภาษาอังกฤษ อ่านว่า เอส ภิญญาวัธน์ และประทับตราว่า บริษัทพิพัฒนกิจเท็กซ์ไทล์ จำกัดซึ่งเป็นชื่อของจำเลยรวม ๗ ฉบับ ต่อมาผู้ซื้อมิได้เปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตให้แก่แอลเล็นเบอร์กตามสัญญา จนเลยกำหนดการส่งสินค้าไปแล้วแอลเล็นเบอร์กได้มีหนังสือเตือนมายังผู้ซื้อ แต่ผู้ซื้อไม่ติดต่อกับแอลเล็นเบอร์ก แอลเล็นเบอร์กจึงเสนอข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการ ณ เมืองลิเวอร์พูลประเทศอังกฤษวินิจฉัยชี้ขาดตามข้อตกลงของสัญญาซื้อขายดังกล่าว ต่อมาอนุญาโตตุลาการได้วินิจฉัยชี้ขาดให้ผู้ซื้อชดใช้ค่าเสียหายและค่าธรรมเนียมกับค่าใช้จ่ายของอนุญาโตตุลาการให้แก่แอลเล็นเบอร์ก แอลเล็นเบอร์กได้ทดรองจ่ายค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของอนุญาโตตุลาการไปแล้ว ต่อมาเมื่อวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๒๙ โจทก์ได้ควบแอลเล็นเบอร์กมาเป็นของโจทก์และดำเนินคดีแก่จำเลยเป็นคดีนี้ ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการแรกมีว่านายสุรศักดิ์ทำสัญญาซื้อขายทั้ง ๗ ฉบับ กับแอลเล็นเบอร์กแทนจำเลยหรือไม่ เห็นว่า ตามพยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมาไม่มีหลักฐานใดเลยที่แสดงว่า จำเลยได้มอบอำนาจให้นายสุรศักดิ์ทำสัญญาทั้ง ๗ ฉบับแทนจำเลย เมื่อนายสุรศักดิ์ไม่ได้เป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงชื่อแทนจำเลย ส่วนตราประทับในสัญญาซื้อขายนั้นนางกฤษณา นาสิมมา นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครก็เบิกความว่า มิใช่ตราประทับของจำเลยที่จดทะเบียนเป็นหลักฐานไว้ที่สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร จึงฟังข้อเท็จจริงไม่ได้ว่า นายสุรศักดิ์ทำสัญญาซื้อขายทั้ง ๗ ฉบับแทนจำเลย และพยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมายังไม่เพียงพอที่จะรับฟังพฤติการณ์ของจำเลยได้ว่าจำเลยได้เชิดให้นายสุรศักดิ์เป็นตัวแทนของจำเลย หรือรู้แล้วยอมให้นายสุรศักดิ์เชิดตนเองแสดงออกเป็นตัวแทนของจำเลย จำเลยจึงหาจำต้องรับผิดตามสัญญาซื้อขายทั้ง ๗ ฉบับแต่อย่างใดไม่ ดังนั้นเมื่อข้อตกลงที่ว่าหากมีกรณีพิพาทตามสัญญาเกิดขึ้นจะต้องเสนอคดีต่ออนุญาโตตุลาการตามระเบียบและกฎข้อบังคับของเดอะ ริเวอร์พูล คอตต้อนแอสโซซิเอชั่น ลิมิเตต ป็นส่วนหนึ่งของสัญญาซื้อขายดังกล่าว จึงหาผูกพันจำเลยไม่เช่นกันโจทก์จึงไม่อาจนำคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการมาฟ้องบังคับให้จำเลยต้องปฏิบัติตามได้ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ปัญหาที่จะต้องพิจารณาตามฎีกาของโจทก์เป็นประการสุดท้ายคงเหลืออยู่ว่า ที่ศาลชั้นต้นเรียกค่าขึ้นศาลจากโจทก์จำนวน ๒๐๐,๐๐๐ บาท เป็นการเรียกค่าขึ้นศาลเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดและที่ศาลอุทธรณ์ไม่คืนส่วนที่เกินให้แก่โจทก์ชอบหรือไม่ เห็นว่าฟ้องโจทก์มีคำขอให้ศาลบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการนอกศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๑ แม้โจทก์จะระบุความผิดในฟ้องว่าผิดสัญญาทางแพ่งและบรรยายฟ้องเกี่ยวกับสัญญาซื้อขายมาด้วย แต่โจทก์ก็มิได้ขอให้บังคับจำเลยนตามสัญญาซื้อขายดังนี้ โจทก์จึงต้องเสียค่าขึ้นศาลตามตาราง ๑ ข้อ (๑) ( ข) ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ซึ่งกำหนดว่า คำฟ้องขอให้ศาลบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการตามมาตรา ๒๒๑ ให้เรียกโดยอัตราหนึ่งบาทต่อทุกหนึ่งร้อยบาท ตามจำนวนที่อนุญาโตตุลาการกำหนดไว้ในคำชี้ขาด แต่ไม่ให้เกินแปดหมื่นบาท ศาลชั้นต้นจึงเรียกค่าขึ้นศาลจากโจทก์เกินมาจำนวน ๑๒๐,๐๐๐ บาท เงินค่าขึ้นศาลที่เกินมาดังกล่าวนิ้จึงต้องคืนให้แก่โจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้โจทก์รับคืนไป ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้คืนค่าขึ้นศาลในศาลชั้นต้นจำนวน ๑๒๐,๐๐๐ บาทแก่โจทก์ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 611/2535 หลุยส์ เดรฟัส คอร์ปอเรชั่น โจทก์ บริษัทพิพัฒนกิจเท็กซ์ไทล์ จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - หลุยส์ เดรฟัส คอร์ปอเรชั่น · จำเลย - บริษัทพิพัฒนกิจเท็กซ์ไทล์ จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โสภณ จันเทรมะ · เกียรติ จาตนิลพันธุ์ · ไพฑูรย์ เนติโพธิ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสละ เทศรำพรรณ · ศาลอุทธรณ์ - นายประสิทธิ์ แสนศิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 520/2520ฎีกา 707/2507ฎีกา 5523/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 2675/2527ฎีกา 53/2525ฎีกา 735/2491ฎีกา 114/2536ฎีกา 1972/2500ฎีกา 1451/2512ฎีกา 6/2475ฎีกา 597/2534ฎีกา 6320/2541ฎีกา 2438/2535ฎีกา 6911/2544ฎีกา 6101/2539ฎีกา 5351/2538ฎีกา 1630/2509ฎีกา 2606-2616/2529ฎีกา 158/2509ฎีกา 2489/2528ฎีกา 85/2540ฎีกา 1167/2532ฎีกา 2957/2523
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา