⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3387/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3387/2534

ป.ที่ดิน ม.4 · ป.พ.พ. ม.1378 · ป.วิ.อาญา ม.190, 193, 227

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ศาลจะแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาไม่ได้ เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะ

ย่อคำพิพากษา

เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาแล้ว หากจำเลยเห็นว่าศาลชั้นต้นกำหนดโทษโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็ชอบที่จะใช้สิทธิอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นไปยังศาลอุทธรณ์ แต่จำเลยหาได้ใช้สิทธิดังกล่าวไม่ จนคดีถึงที่สุดไปแล้ว ดังนี้ จำเลยจะยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้กำหนดโทษใหม่ให้น้อยลงโดยอ้างประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(3) อีกไม่ได้ เพราะจะมีผลเป็นการแก้ไขคำพิพากษาซึ่งถึงที่สุดแล้ว ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 190

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายที่ดิน ม.4 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.190 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.193 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1378

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายที่ดิน ม.4 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.190 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.193 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 157, 161,264, 266, 268, 91 และให้จำเลยใช้เงินคืนแก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 161, 266, 268 วรรคสอง, 90, 91 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายบทหลายกรรมลงโทษตามมาตรา 147 ซึ่งเป็นบทหนัก รวม 23 กรรม เรียงกระทงลงโทษจำคุกกระทงละ 5 ปี รวมจำคุก 115 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 57 ปี 6 เดือน แต่ลงโทษจำคุกได้อย่างสูงเพียง 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ให้จำเลยคืนเงินที่ยักยอกไปแก่ผู้เสียหาย ต่อมาภายหลังจากคดีถึงที่สุดโดยคู่ความไม่อุทธรณ์แล้ว จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่า พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยขัดต่อกฎหมาย เพราะประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(3) กำหนดให้ลงโทษจำคุกได้ไม่เกิน 50 ปีแต่ศาลชั้นต้นจำคุกจำเลย 115 ปี จึงเกินไป 65 ปี ดังนั้น หากลงโทษตามกฎหมายแล้วหลังจากลดโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยเพียง 25 ปี จึงขอให้กำหนดโทษใหม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีถึงที่สุดแล้วตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จึงต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 190 ซึ่งห้ามแก้ไขคำพิพากษาให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยแล้ว หากจำเลยเห็นว่าศาลชั้นต้นกำหนดโทษจำคุกสูงกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ จำเลยชอบที่จะใช้สิทธิอุทธรณ์คำพิพากษาไปยังศาลอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 แต่จำเลยมิได้ใช้สิทธิดังกล่าวจนคดีถึงที่สุดไปนานแล้ว จำเลยจึงมายื่นคำร้องขอให้ศาลกำหนดโทษจำเลยใหม่ให้น้อยลง โดยอ้างข้อกฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(3) ดังนี้ หากศาลฟังข้อกฎหมายตามที่จำเลยอ้างแล้ววินิจฉัยกำหนดโทษจำเลยใหม่ ย่อมมีผลเป็นการแก้ไขคำพิพากษาซึ่งถึงที่สุดแล้วขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 190 ซึ่งห้ามมิให้แก้ไขคำพิพากษาหรือคำสั่งซึ่งอ่านแล้วนอกจากถ้อยคำที่เขียนหรือพิมพ์ผิดพลาด พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3387/2534 พนักงานอัยการ จังหวัด เชียงใหม่ โจทก์ นาง พรทิพย์ เนตรยอง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด เชียงใหม่ · จำเลย - นาง พรทิพย์ เนตรยอง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จเร อำนวยวัฒนา · พิชิต พรหมพิทักษ์กุล · สถิตย์ เล็งไธสง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 759/2494ฎีกา 185/2535ฎีกา 824/2535ฎีกา 2147/2521ฎีกา 1148/2534ฎีกา 2963/2535ฎีกา 831/2541ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 3800/2564ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 5702/2533ฎีกา 435/2535ฎีกา 805/2506ฎีกา 9326-9327/2544ฎีกา 2724/2519ฎีกา 413/2536ฎีกา 250-251/2536ฎีกา 4903/2562ฎีกา 47/2538ฎีกา 4418/2533ฎีกา 4952/2536ฎีกา 4383/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา