⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3668/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3668/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อหนี้เป็นหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษายกฟ้องจำเลยที่มิได้อุทธรณ์หรือฎีกาได้ หากการวินิจฉัยในส่วนของจำเลยที่อุทธรณ์หรือฎีกาเป็นผลให้จำเลยที่มิได้อุทธรณ์หรือฎีกาพ้นจากข้อผูกพันในหนี้นั้น.

ย่อคำพิพากษา

แม้จำเลยที่ 2 จะมิได้อุทธรณ์ฎีกา แต่เมื่อศาลฎีกาวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 1 ไม่ได้นำเช็คที่จำเลยที่ 2 สั่งจ่ายมาขายแก่โจทก์ศาลฎีกาก็มีอำนาจพิพากษายกฟ้องถึงจำเลยที่ 2 ด้วยได้เพราะเป็นการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247,245(1).

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.245 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้ขายเช็คชำระเงินจำนวน5,082,387.17 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยนับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้สั่งจ่ายเช็คร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 4,019,637.07 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยกับให้จำเลยที่ 3 และที่ 4 ในฐานะผู้สั่งจ่ายเช็คร่วมกับจำเลยที่ 1ชำระเงินจำนวน 599,697.31 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยที่ 1 ไม่เคยนำเช็คมาทำสัญญาขายกับโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น โจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 3และที่ 4 ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน5,082,387.17 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1ชำระเงินจำนวน 4,019,637.07 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ 1 อุทธรณ์โดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีฟังไม่ได้ว่า จำเลยที่ 1 ทำสัญญาขายเช็คและนำเช็คตามฟ้องมาขายแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องรับผิดและเนื่องจากหนี้ตามฟ้องที่โจทก์กล่าวอ้างให้จำเลยที่ 1 และที่ 2รับผิดต่อโจทก์นั้นเป็นการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ จึงเห็นสมควรพิพากษาให้มีผลถึงจำเลยที่ 2 ซึ่งมิได้อุทธรณ์ฎีกาด้วยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 247, 245(1) พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ถึงจำเลยที่ 2 ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3668/2534 ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด โจทก์ นางสาว อังคณา ตระการกิตติ สกุล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด · จำเลย - นางสาว อังคณา ตระการกิตติ สกุล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุดม มั่งมีดี · ชุม สุกแสงเปล่ง · ตัน เวทไว
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 609/2526ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 1022/2551ฎีกา 7154/2551ฎีกา 425/2520ฎีกา 3350/2538ฎีกา 5272/2544ฎีกา 361/2539ฎีกา 8735/2542ฎีกา 793/2507ฎีกา 780/2535ฎีกา 4041/2542ฎีกา 557/2493ฎีกา 2891/2537ฎีกา 8108/2542ฎีกา 1498/2548ฎีกา 4473/2541ฎีกา 3830/2524ฎีกา 1088/2533ฎีกา 9203/2547ฎีกา 5150/2552ฎีกา 1733/2498ฎีกา 85/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา