คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3840/2534
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลหนึ่งเป็นผู้ติดต่อให้มีการขายยาเสพติดโดยแบ่งผลประโยชน์กัน และอยู่ในที่เกิดเหตุเพื่อรับเงินค่าขาย ถือว่าเป็นการแบ่งหน้าที่กันกระทำความผิด และบุคคลนั้นต้องมีความผิดฐานเป็นตัวการร่วมกระทำความผิด ไม่ใช่เพียงผู้สนับสนุน
ย่อคำพิพากษา
แม้จำเลยจะมิได้ครอบครองเฮโรอีนของกลางร่วมกับ ศ. ก็ตามแต่การที่จำเลยเป็นผู้ติดต่อให้มีการขายเฮโรอีนของกลางโดยแบ่งผลประโยชน์กันกับ ศ. ถือได้ว่าเป็นการแบ่งหน้าที่กันทำระหว่างศ. กับจำเลย เพื่อให้การจำหน่ายเฮโรอีนบรรลุผลสำเร็จ ขณะทำการจำหน่ายจำเลยก็อยู่ในที่เกิดเหตุ โดยจำเลยกับ ศ. นั่งอยู่บนรถของ จ. เพื่อรับเงินค่าขายเฮโรอีนของกลาง และ ศ. ได้แบ่งค่าขายเฮโรอีนของกลางให้จำเลยส่วนหนึ่ง ตามพฤติการณ์แสดงว่าจำเลยมีเจตนากระทำผิดกับ ศ. ในข้อหาจำหน่ายเฮโรอีน จำเลยจึงต้องมีความผิดฐานเป็นตัวการร่วมจำหน่ายเฮโรอีนของกลาง ตาม ป.อ.มาตรา 83 หาใช่เป็นเพียงผู้ช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกอันจะมีความผิดเพียงฐานเป็นผู้สนับสนุนไม่.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 15, 66, 102 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2528 มาตรา 4 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90, 83ริบของกลาง
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 15, 66 (ที่ถูกมาตรา 66วรรคสอง) 102, พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 2)พ.ศ. 2528 มาตรา 4 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ลงโทษประหารชีวิตคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบด้วยมาตรา 52คงจำคุกตลอดชีวิต ของกลางริบ
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66 วรรคสองประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 และ 52(1) ให้จำคุกตลอดชีวิต คำรับสารภาพของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบด้วยมาตรา 53คงจำคุก 33 ปี 4 เดือน ไม่ปรับบทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานเป็นตัวการหรือผู้สนับสนุนในการจำหน่ายเฮโรอีน ศาลฎีกาเห็นว่า แม้จำเลยจะมิได้ครอบครองเฮโรอีนของกลางร่วมกับนายศักดิ์ก็ตาม แต่การที่จำเลยเป็นผู้ติดต่อให้มีการขายเฮโรอีนของกลางโดยแบ่งผลประโยชน์กันกับนายศักดิ์ ถือได้ว่าเป็นการแบ่งหน้าที่กันทำระหว่างนายศักดิ์กับจำเลย เพื่อให้การจำหน่ายเฮโรอีนบรรลุผลสำเร็จขณะทำการจำหน่าย จำเลยก็อยู่ในที่เกิดเหตุโดยจำเลยกับนายศักดิ์นั่งอยู่บนรถของนายดาบตำรวจเจริญ เพื่อรับเงินค่าขายเฮโรอีนของกลาง และนายศักดิ์ได้แบ่งค่าขายเฮโรอีนของกลางให้จำเลยส่วนหนึ่ง ตามพฤติการณ์แสดงว่า จำเลยมีเจตนาร่วมกระทำผิดกับนายศักดิ์ในข้อหาจำหน่ายเฮโรอีน จำเลยจึงต้องมีความผิดฐานเป็นตัวการร่วมจำหน่ายเฮโรอีนของกลางตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 หาใช่เป็นเพียงผู้ช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกอันจะมีความผิดเพียงฐานเป็นผู้สนับสนุนไม่..."
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3840/2534
พนักงานอัยการ จังหวัด เชียงใหม่ โจทก์
นาย เกรียงเดช หรือ ฟะ จะนู จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด เชียงใหม่ · จำเลย - นาย เกรียงเดช หรือ ฟะ จะนู |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ยงยุทธ ธารีสาร · นิเวศน์ คำผอง · ประจักษ์ พุทธิสมบัติ |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ