⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 387/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 387/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวินิจฉัยข้อเท็จจริงและดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ เป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่ห้ามฎีกา.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยฎีกาว่าศาลรับฟังแต่แผนที่เกิดเหตุกับคำเบิกความของพนักงานสอบสวนแล้ววินิจฉัยว่าจำเลยกระทำโดยประมาทโดยไม่รับฟังพยานผู้รู้เห็นเหตุการณ์อื่นเป็นการฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาล เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคแรก โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 จะขับรถเลี้ยวขวาเข้าซอยโดยไม่ใช้ความระมัดระวังตัดหน้ารถที่จำเลยที่ 2 ขับสวนมาใน ระยะใกล้จนเป็นเหตุชนกัน แต่ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 เลี้ยวรถก่อนถึงทางแยกเข้าซอยเพื่อจะขับเลาะ ไหล่ถนนแล้วเกิดเหตุชนกัน ดังนี้เมื่อการชนกันเกิดขึ้นเนื่องจากจำเลยที่ 1 ขับรถเลี้ยวขวาโดยไม่ระมัดระวังต่อรถในทางตรง ศาลย่อมลงโทษจำเลยฐานขับรถโดยประมาทตามข้อเท็จจริงดังกล่าวได้ หาใช่เป็นเรื่องที่โจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43, 157 จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 300 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43, 157ซึ่งเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 300 จำคุก 6 เดือน และปรับ 3,000 บาท จำเลยที่ 1 เป็นสตรีไม่ปรากฏว่าเคยกระทำผิดมาก่อน โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด 1 ปีจำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522มาตรา 43, 157 ปรับ 600 บาท ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ได้ตรวจฎีกาของจำเลยที่ 1 ซึ่งอ้างว่าเป็นข้อกฎหมายตามข้อ ก. โดยอ้างว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์รับฟังแต่แผนที่เกิดเหตุกับคำเบิกความของพนักงานสอบสวนซึ่งเป็นเพียงความเห็นแล้ววินิจฉัยว่าจำเลยที่ 1 กระทำโดยประมาทโดยไม่รับฟังพยานผู้รู้เห็นเหตุการณ์อื่น จึงเป็นการรับฟังพยานหลักฐานโดยไม่ชอบนั้นเห็นว่าจำเลยที่ 1 ฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลล่างทั้งสองศาล จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคแรก ฎีกาของจำเลยที่ 1 ในข้อนี้ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ ส่วนที่จำเลยที่ 1 ฎีกาตามข้อ 1. ว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 จะขับรถเลี้ยวขวาเข้าไปในซอยวัดพุทโธภาวนาแล้วไม่ใช้ความระมัดระวังขับรถเลี้ยวขวาตัดหน้ารถจักรยานยนต์ซึ่งจำเลยที่ 2 ขับสวนมาในระยะใกล้จนเป็นเหตุชนกัน แต่ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1 เลี้ยวรถก่อนถึงทางแยกเข้าซอยดังกล่าวเพื่อจะขับเลาะไหล่ถนนแล้วเกิดเหตุรถชนกันจึงเป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงที่โจทก์ไม่ประสงค์จะลงโทษจำเลยศาลอุทธรณ์จึงลงโทษจำเลยที่ 1 ตามข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่ได้นั้น เห็นว่าแม้ข้อเท็จจริงรับฟังได้ดังกล่าว แต่เมื่อการชนกันเกิดขึ้นเนื่องจากจำเลยที่ 1 กระทำโดยประมาทขับรถเลี้ยวขวาโดยไม่ระมัดระวังต่อรถในทางตรงเช่นนี้ ศาลอุทธรณ์ย่อมพิพากษาลงโทษจำเลยฐานขับรถโดยประมาทตามข้อเท็จจริงดังกล่าวได้หาใช่เป็นเรื่องที่โจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษดังที่จำเลยที่ 1กล่าวอ้างในฎีกาไม่" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 387/2534 พนักงานอัยการ จังหวัด นครปฐม โจทก์ นาง อา ภาศรี จุฑา เทพ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด นครปฐม · จำเลย - นาง อา ภาศรี จุฑา เทพ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชลิต ประไพศาล · เจริญ นิลเอสงฆ์ · อัมพร ทองประยูร
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2480/2538ฎีกา 99/2541ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 3345/2535ฎีกา 681/2491ฎีกา 1588/2479ฎีกา 892/2497ฎีกา 10648/2554ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 4276/2534ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 1638/2492ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6416/2541ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 2963/2535ฎีกา 1368/2509
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ