คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4256/2534
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยมีหน้าที่ต้องชำระค่าเช่าซื้อและส่งมอบรถยนต์คืนแก่ผู้เสียหาย หากจำเลยนำรถยนต์ไปใช้ประโยชน์โดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้เสียหายชอบที่จะบังคับเอาทางแพ่งได้ แต่การกระทำดังกล่าวไม่เป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์
ย่อคำพิพากษา
จำเลยเอารถยนต์ของกลางของผู้เสียหายไปไว้ในครอบครองของจำเลยในฐานะผู้ค้ำประกันในการเช่าซื้อซึ่งภริยาจำเลยเช่าซื้อไปจากผู้เสียหาย และรถยนต์ของกลางยังคงอยู่ในครอบครองของจำเลยตลอดมา จำเลยมีหน้าที่จะต้องชำระเงินค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระและมีหน้าที่จะต้องส่งคืนรถยนต์ของกลางแก่ผู้เสียหาย การที่จำเลยเอารถยนต์ของกลางไปขับรับจ้างขนส่งผู้โดยสารในต่างจังหวัดและยังไม่ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว ผู้เสียหายชอบที่จะบังคับเอาทางแพ่งได้ การกระทำของจำเลยยังไม่เป็นการเบียดบังทรัพย์อันจะเป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์ตามฟ้อง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นผู้ครอบครองรถยนต์กระบะของห้างหุ้นส่วนจำกัดโตโยต้าอุบลราชธานี ผู้เสียหาย จำเลยได้เบียดบังเอารถยนต์คันดังกล่าวเป็นของจำเลย โดยนำออกขับรับจ้างขนส่งผู้โดยสารหารายได้ แล้วนำไปเป็นประโยชน์ส่วนตน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 และคืนของกลางแก่เจ้าของ
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 จำคุก 1 ปี คำให้การชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 9 เดือน ของกลางคืนเจ้าของ
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่คู่ความนำสืบรับกันว่าจำเลยเป็นผู้ค้ำประกันการเช่าซื้อรถยนต์ของกลางซึ่งนางสำรวย ภูทอง ภริยาของจำเลยเช่าซื้อไปจากผู้เสียหาย แล้วผิดสัญญาเช่าซื้อจนผู้เสียหายยึดรถยนต์ของกลางกลับคืน จำเลยในฐานะผู้ค้ำประกันได้นำเงินไปชำระให้ผู้เสียหายบางส่วนแล้วขอรับรถยนต์ของกลางไปจากผู้เสียหายตามสัญญาเช่าซื้อเดิม โดยจำเลยให้คำรับรองแก่ผู้เสียหายว่าจะนำเงินที่ค้างชำระทั้งหมดไปชำระแก่ผู้เสียหายในกำหนด 15 วัน เมื่อถึงกำหนดดังกล่าวจำเลยไม่นำเงินไปชำระ จำเลยเอารถยนต์ของกลางไปขับรับจ้างขนส่งผู้โดยสารที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เห็นว่า จำเลยเอารถยนต์ของกลางของผู้เสียหายไปไว้ในครอบครองของจำเลยในฐานะผู้ค้ำประกันในการเช่าซื้อซึ่งภริยาของจำเลยเช่าซื้อไปจากผู้เสียหาย และรถยนต์ของกลางยังคงอยู่ในครอบครองของจำเลยตลอดมา จำเลยมีหน้าที่จะต้องชำระเงินค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระ และมีหน้าที่จะต้องส่งคืนรถยนต์ของกลางแก่ผู้เสียหาย การที่จำเลยยังไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ดังกล่าวผู้เสียหายชอบที่จะบังคับเอาในทางแพ่งได้ การกระทำของจำเลยยังไม่เป็นการเบียดบังทรัพย์อันจะเป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์ตามฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามาชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4256/2534
พนักงานอัยการ จังหวัด ยโสธร โจทก์
นาย วิโรจน์ ภู ทอง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ยโสธร · จำเลย - นาย วิโรจน์ ภู ทอง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ไพฑูรย์ เนติโพธิ์ · นาม ยิ้มแย้ม · โสภณ จันเทรมะ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา