คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4287/2534
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอ้างว่าตนเป็น "เจ้าของ" หรือ "ผู้ครอบครอง" ในฟ้องคดี ถือว่ามีความหมายเหมือนกัน ไม่ทำให้ฟ้องเคลือบคลุม
ย่อคำพิพากษา
คำว่าเจ้าของตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานหมายความว่า ผู้มีกรรมสิทธิ์ผู้มีสิทธิครอบครอง ดังนั้น การที่โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครอง ก็มีความหมายเหมือนกัน ไม่ทำให้ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองรถยนต์โดยสารคันที่จำเลยที่ ๑ขับรถยนต์ของจำเลยที่ ๒ โดยประมาทเลินเล่อไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ เฉี่ยวชนได้รับความเสียหาย โจทก์ต้องเสียค่าซ่อม ค่าเสื่อมสภาพของรถยนต์ ค่าขาดประโยชน์จากการนำรถยนต์ออกวิ่งหารายได้ ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๑๐๘,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย
จำเลยทั้งสองให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม เพราะมิได้บรรยายฟ้องแน่นอนว่าเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครอง จึงไม่ทราบว่าฟ้องในฐานะใด เหตุเกิดเพราะความประมาทเลินเล่อของโจทก์ จำเลยทั้งสองจึงไม่ต้องรับผิด ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินโจทก์ ๓๙,๓๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียม
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษายืน
จำเลยทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ... คำว่าเจ้าของตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถานหมายความว่าผู้มีกรรมสิทธิ์ ผู้มีสิทธิครอบครอง ดังนั้นการที่โจทก์ใช้คำว่า เป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองก็มีความหมายเหมือนกัน ไม่ทำให้ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4287/2534
นายดวง ชมภู่ โจทก์
นายบุญเลิศ เถาลอย กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายดวง ชมภู่ · จำเลย - นายบุญเลิศ เถาลอย กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อุไร คังคะเกตุ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · จรัส อุดมวรชาติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพิษณุโลก - นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม · ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ - นายอร่าม หุตางกูร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา