⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 503/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 503/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การประกอบกิจการขนส่งที่ทับเส้นทางเดินรถของผู้ประกอบการรายอื่น ถือเป็นการละเมิดสิทธิของผู้ประกอบการรายนั้น แม้จะไม่มีความผิดตามกฎหมายอาญาเกี่ยวกับการขนส่งก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

จำเลยทั้งสองมีสถานที่จำหน่ายตั๋วโดยสารและจำหน่ายตั๋วโดยสารให้แก่ผู้โดยสารเป็นรายบุคคล เมื่อเส้นทางเดินรถของจำเลยทับเส้นทางของโจทก์ที่ 1 ที่ให้โจทก์ที่ 2 ถึงโจทก์ที่ 6 ประกอบการเดินรถร่วมกับโจทก์ที่ 1 การกระทำของจำเลยทั้งสองย่อมเป็นการละเมิดแก่โจทก์ทั้งหก แม้ในคดีอาญาศาลจะไม่ได้พิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 40 เนื่องจากโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องก็ตาม.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.2522 ม.40

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งหกฟ้องว่า จำเลยทั้งสองนำรถยนต์โดยสารเข้ามาแล่นรับส่งคนโดยสารในเส้นทางที่โจทก์ได้รับอนุญาตให้ประกอบการขนส่งประจำทางด้วยรถโดยสาร เป็นการละเมิดโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองไม่ให้กระทำการดังกล่าวอีกต่อไป และให้ร่วมกันใช้ค่าเสียหายนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะหยุดดำเนินการดังกล่าวให้แก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า ไม่ได้ร่วมกันนำรถยนต์โดยสารเข้ามารับส่งคนโดยสารในเส้นทางของโจทก์ ไม่ได้ละเมิดโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งหกอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ และห้ามมิให้จำเลยทั้งสองนำรถยนต์โดยสารเข้ามารับส่งคนโดยสารและเก็บค่าโดยสารในลักษณะที่เป็นการแข่งขันหรือแย่งผลประโยชน์กับโจทก์ทั้งหกในเส้นทางตามฟ้องอีกต่อไปคำขอข้ออื่นให้ยก จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายโดยฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ที่ 1ได้รับสัมปทานให้ประกอบการขนส่งด้วยรถโดยสารในเส้นทางต่าง ๆทั่วประเทศ โจทก์ที่ 2 ถึงที่ 5 เป็นผู้ประกอบการเดินรถร่วมกับโจทก์ที่ 1 ในเส้นทางพิพาทสายที่ 54 และ 907 จากกรุงเทพมหานครถึงจังหวัดฉะเชิงเทรา และโจทก์ที่ 6 เป็นผู้ประกอบการเดินรถร่วมกับโจทก์ที่ 1 ในเส้นทางพิพาทสายที่ 309 จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ถึงอำเภออรัญประเทศ จำเลยที่ 1 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 2จำเลยทั้งสองได้รับอนุญาตให้ประกอบการขนส่งไม่ประจำทางเมื่อปลายปี 2523 เจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา และสถานีตำรวจนครบาลมีนบุรี จับกุมผู้ขับรถยนต์โดยสารของจำเลยทั้งสอง และดำเนินคดีแก่จำเลยที่ 1 ในข้อหานำรถยนต์โดยสารรับส่งคนโดยสารผิดประเภท โดยนำรถเข้ารับส่งคนโดยสารในเส้นทางพิพาทดังกล่าว คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยว่าจำเลยทั้งสองทำละเมิดต่อโจทก์ทั้งหกหรือไม่ และฟังข้อเท็จจริงต่อไปว่าในช่วงเกิดเหตุคดีนี้ นายเฉลิม ไม่ได้ทำสัญญาเช่ารถยนต์ของจำเลยทั้งสองไปรับส่งคนโดยสารในเส้นทางที่โจทก์ได้รับอนุญาตให้ประกอบการเดิน รถยนต์ รับส่งคนโดยสาร แต่จำเลยทั้งสองเป็นผู้ดำเนินการเองในการนำรถยนต์เข้าแล่นรับส่งคนโดยสารในเส้นทางของโจทก์ โดยมีสถานที่จำหน่ายตั๋วโดยสารและจำหน่ายตั๋วโดยสารให้แก่ผู้โดยสารเป็นรายบุคคล เมื่อเส้นทางเดินรถของจำเลยทั้งสองทับเส้นทางของโจทก์ที่ 1 ที่ให้โจทก์ที่ 2 ถึงโจทก์ที่ 6 ประกอบการเดินรถร่วมกับโจทก์ที่ 1 แม้ในคดีอาญาศาลจะไม่ได้พิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 40 ดังที่จำเลยทั้งสองฎีกา ก็เป็นเรื่องที่ศาลวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องไม่มีผลเปลี่ยนแปลงข้อวินิจฉัยในคดีนี้ การกระทำของจำเลยทั้งสองถือได้ว่าเป็นการละเมิดต่อโจทก์ทั้งหกแล้ว ต้องร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ทั้งหก ฯลฯ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 503/2534 บริษัท ขนส่ง จำกัด กับพวก โจทก์ นาย ประเสริฐ ประชุม ชน กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท ขนส่ง จำกัด กับพวก · จำเลย - นาย ประเสริฐ ประชุม ชน กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จรัส อุดมวรชาติ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · อุไร คังคะเกตุ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534ฎีกา 246/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา