คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 536/2534
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การละเมิดลิขสิทธิ์มีสองกรณี คือ การกระทำซ้ำหรือดัดแปลงงานอันมีลิขสิทธิ์โดยตรง และการกระทำต่องานที่ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ผู้อื่นโดยรู้ว่างานนั้นทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์.
ย่อคำพิพากษา
การละเมิดลิขสิทธิ์ตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521 มีได้ 2กรณี คือ กรณีแรกเป็นการละเมิดต่องานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์โดยตรง ตามมาตรา 24 ได้แก่การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่ระบุไว้ในมาตรา 24(1) หรือ (2) คือการกระทำซ้ำหรือดัดแปลงงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หรือการนำออกโฆษณาซึ่งงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์โดยมิได้รับอนุญาตตามมาตรา 13 กรณีที่สองเป็นกรณีที่กฎหมายให้ถือว่าเป็นการละเมิดต่องานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ตามมาตรา 27 ได้แก่การกระทำบางอย่างที่มิใช่เป็นการทำละเมิดต่องานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์โดยตรงอย่างเช่น กรณีมาตรา 24 แต่เป็นการกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่ระบุไว้ในมาตรา 27(1) ถึง (4) แก่งานที่ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์โดยตรงอีกต่อหนึ่ง ในกรณีเช่นนี้จึงต้องปรากฏว่าผู้กระทำรู้อยู่แล้วว่างานนั้นทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานหนังสือคู่มือครูคณิตศาสตร์ช่าง อุตสาหกรรม1,2 และ 3 ตามเอกสารหมาย จ.1 ถึง จ.3 จำเลยทั้งห้าได้ทำละเมิดต่องานอันมีลิขสิทธิ์ของโจทก์ดังกล่าว คือร่วมกันจัดพิมพ์หนังสือเอกสารหมาย จ.4 และ จ.5 โดยลอกเลียนจากหนังสือเอกสารหมาย จ.1ถึง จ.3 และศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติว่าโจทก์เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานหนังสือเอกสารหมาย จ.1 ถึง จ.3 จำเลยทั้งห้าร่วมกันจัดพิมพ์หนังสือเอกสารหมาย จ.5 และเฉพาะจำเลยที่ 1ที่ 2 ยังได้จัดพิมพ์หนังสือเอกสารหมาย จ.4 โดยลอกเลียนดัดแปลงจากหนังสือเอกสารหมาย จ.1 ถึง จ.3 ซึ่งเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของโจทก์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์ก่อน ดังนี้เท่ากับศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยทั้งห้าได้ทำซ้ำหรือดัดแปลงแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของโจทก์ เป็นกรณีจำเลยทั้งห้าทำละเมิดต่องานอันมีลิขสิทธิ์ของโจทก์โดยตรงตามมาตรา 24.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 ม.13 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 ม.24 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 ม.27 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.24 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.27 พระราชบัญญัติเลือกตั้ง พ.ศ.2521 ม.13 พระราชบัญญัติเลือกตั้ง พ.ศ.2521 ม.24 พระราชบัญญัติเลือกตั้ง พ.ศ.2521 ม.27 คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายจำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด มีจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ จำเลยที่ 3 เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนสามัญ มีจำเลยที่ 4 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ และจำเลยที่ 5 เป็นหุ้นส่วนโจทก์เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในหนังสือคู่มือครูคณิตศาสตร์ช่างอุตสาหกรรม 1,2 และ 3 จำเลยทั้งห้าได้ร่วมกันกระทำการละเมิดลิขสิทธิ์ในหนังสือดังกล่าว โดยทำซ้ำและดัดแปลงบางส่วน แล้วจัดพิมพ์เป็นหนังสือกุญแจคณิตศาสตร์ช่างอุตสาหกรรม 1,2 และ 3 รวม2 เล่ม ออกจำหน่ายเพื่อประโยชน์การค้าของจำเลยทั้งห้าโดยมิได้รับอนุญาตจากโจทก์ ขอให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย 500,000บาท พร้อมดอกเบี้ย และห้ามมิให้จำเลยทั้งห้าจัดพิมพ์หนังสือกุญแจคณิตศาสตร์ช่างอุตสาหกรรม 1,2 และ 3 อันเป็นลิขสิทธิ์ของโจทก์ต่อไปอีก ให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันส่งมอบหนังสือดังกล่าวที่มีขายอยู่ในท้องตลาดทั้งหมดให้แก่โจทก์
จำเลยที่ 1 ที่ 2 ให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะโจทก์ไม่ใช่ผู้สร้างสรรค์งาน หรือเป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในงานหนังสือเอกสารท้ายคำฟ้อง หนังสือที่จำเลยที่ 1 ที่ 2 พิมพ์ขึ้นนั้น มิได้เกิดจากการทำซ้ำ จำเลยที่ 1 ที่ 2 ไม่เคยสมคบหรือร่วมกับจำเลย ที่ 3ที่ 4 ที่ 5 กระทำการละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ หรือว่าจ้างจำเลยที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 ให้พิมพ์หนังสืออันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ในงานหนังสือของโจทก์ ความจริงหนังสือเอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 6และ 7 เป็นผลงานการสร้างสรรค์ของนายเอกสิทธิ์ วิทยกุล แล้วนายเอกสิทธิ์ได้ขายลิขสิทธิ์ได้ขายลิขสิทธิ์ในหนังสือสองเล่มนี้ให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 ให้การว่า โจทก์ไม่ใช่ผู้สร้างสรรค์งานหนังสือเอกสารท้ายคำฟ้อง หนังสือตามเอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข6 และ 7 มิได้จัดพิมพ์ขึ้นโดยจำเลยที่ 3 ชื่อจำเลยที่ 3 ที่ปรากฎอยู่ มิใช่เครื่องหมายชื่อที่แท้จริงของจำเลยที่ 3 แต่ เป็นเครื่องหมายปลอมเพื่อแอบอ้างชื่อจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 5 เป็นเพียงผู้ถือหุ้นในห้างของจำเลยที่ 3 และถือหุ้นแทนจำเลยที่ 4 เท่านั้นทั้งมิได้สอดเข้าจัดการงานของจำเลยที่ 3 แต่อย่างใด ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า แม้จะถือว่างานตามหนังสือเอกสารหมายจ.4 และ จ.5 (ตรงกับเอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 6 และ 7) เป็นการทำช้ำหรือดัดแปลงจากคู่มือครูคณิตศาสตร์ช่างอุตสาหกรรม 1,2 และ 3เอกสารหมาย จ.1 ถึง จ.3 (ตรงกับเอกสารท้ายคำฟ้องท้ายเลข 1,2 และ 3)ที่โจทก์มีลิขสิทธิ์อันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 มาตรา 24 ผู้กระทำละเมิดคือ นายเอกสิทธิ์วิทยกุล ผู้แต่งหนังสือหมาย จ.4 และ จ.5 มิใช่จำเลยที่ 1 การที่จำเลยที่ 1 รับซื้องานจากนายเอกสิทธิ์แล้วจึงพิมพ์เป็นหนังสือตามเอกสารหมาย จ.4 และ จ.5 ออกขายจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติดังกล่าว มาตรา 27 ก็ต่อเมื่อจำเลยที่ 1 รู้อยู่แล้วว่างานตามหนังสือเอกสารหมาย จ.4 และ จ.5 ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ และว่าข้อเท็จจริงคดีนี้ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 จัดพิมพ์หนังสือเอกสดารหมาย จ.4 และ จ.5 ออกขายโดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นงานที่ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์และฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 3 เป็นผู้พิมพ์ผู้โฆษณาหนังสือเอกสารหมาย จ.5 เมื่อจำเลยที่ 1 และที่ 3 มิได้ทำละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ จำเลยที่ 2ที่ 4 และที่ 5 จึงไม่ต้องรับผิดด้วย พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เป็นเงิน 200,000 บาท และให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์อีกจำนวน 100,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7 ครึ่งต่อปี ในต้นเงินแต่ละจำนวนดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งห้าและจำเลยที่ 1 ที่ 2 จะชำระให้โจทก์เสร็จ ห้ามจำเลยทั้งห้าจัดพิมพ์หนังสือพิพาท ให้จำเลยทั้งห้าส่งมอบหนังสือพิพาทเอกสารหมาย จ.5 ให้โจทก์ และให้จำเลยที่ 1 ที่ 2ส่งมอบหนังสือพิพาทเอกสารหมาย จ.4 ให้โจทก์ คำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยก
จำเลยทั้งห้าฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยทั้งห้าฎีกาว่าจำเลยทั้งห้าจัดพิมพ์หนังสือตามเอกสารหมาย จ.4 และ จ.5 ออกขายเช่นนี้จะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ในงานหนังสือที่โจทก์มีลิขสิทธิ์sbตามเอกสารหมาย จ.1 ถึง จ.3 ต้องปรากฎว่าจำเลยทั้งห้ารู้อยู่แล้วว่าหนังสือตามเอกสารหมาย จ.4 และ จ.5 นี้ถูกพิมพ์ขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 แต่โจทก์นำสืบฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งห้าได้รู้อยู่แล้วว่าหนังสือตามเอกสารหมาย จ.4 และ จ.5 พิมพ์ขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ จำเลยทั้งห้าจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์นั้นเห็นว่า การละเมิดลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521มีได้ 2 กรณี คือ กรณีแรก เป็นการทำละเมิดต่องานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์โดยตรงตาม มาตรา 24 ได้แก่การกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่ระบุไว้ใน มาตรา 24 (1) หรือ (2) คือการกระทำซ้ำหรือดัดแปลงงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ หรือการนำออกโฆษณาซึ่งงานอันมีสิขสิทธิ์ของผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ โดยมิได้รับอนุญาตตามาตรา 13 กรณีที่สองเป็นกรณีที่กฎหมายให้ถือว่าเป็นการละเมิดต่องานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ตามมาตรา 27 ได้แก่การกระทำบางอย่างที่มิใช่เป็นการทำละเมิดต่องานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์โดยตรงอย่างเช่นกรณีตามมาตรา 24 แต่เป็นการกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่ระบุไว้ในมาตรา 27 (1) ถึง (4) แก่งานที่ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์โดยตรงอีกต่อหนึ่งในกรณีเช่นนี้จึงต้องปรากฎว่า ผู้กระทำรู้อยู่แล้วว่างานนั้นทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ เช่น มีผู้อื่นพิมพ์หนังสือขึ้นมาเล่มหนึ่งโดยพิมพ์ซ้ำหรือดัดแปลงจากหนังสือที่โจทก์เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ แล้วจำเลยนำเอาหนังสือที่ผู้อื่นพิมพ์ขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์นั้นออกจำหน่าย ในกรณีเช่นนี้ต้องปรากฎว่าจำเลยรู้อยู่แล้วว่าเป็นหนังสือที่พิมพ์ขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ เนื่องจากจำเลยมิใช่ผู้กระทำละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์โดยตรงตามมาตรา 24 แต่กฎหมายให้ถือว่าการกระทำของจำเลยดังกล่าว เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ตามมาตรา 27 คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานหนังสือคู่มือครูคณิตศาสตร์ช่างอุตสาหกรรม 1,2 และ 3 ตามเอกสารหมาย จ.1 ถึง จ.3 จำเลยทั้งห้าได้ทำละเมิดต่องานอันมีลิขสิทธิ์ของโจทก์ดังกล่าว คือร่วมกันจัดพิมพ์หนังสือเอกสารหมาย จ.4 และ จ.5 โดยลอกเลียนจากหนังสือเอกสารหมาย จ.1 ถึง จ.3 และศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติว่าโจทก์เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานหนังสือเอกสารหมาย จ.1 ถึง จ.3จำเลยทั้งห้าได้ร่วมกันจัดพิมพ์หนังสือเอกสารหมาย จ.5 และเฉพาะจำเลยที่ 1 ที่ 2 ยังได้จัดพิมพ์หนังสือเอกสารหมาย จ.4 โดยลอกเลียนดัดแปลงจากหนังสือเอกสารหมาย จ.1 ถึง จ.3 ซึ่งเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของโจทก์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์ก่อน และให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ดังนี้เท่ากับศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยทั้งห้าได้ทำซ้ำหรือดัดแปลงแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของโจทก์ เป็นกรณีจำเลยทั้งห้ากระทำละเมิดต่องานอันมีลิขสิทธิ์ของโจทก์ โดยตรงตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521 จำเลยทั้งห้ามิได้ฎีกาโต้แย้งคัดค้านข้อวินิจฉัยดังกล่าวของศาลอุทธรณ์ ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ที่จำเลยทั้งห้าฎีกาว่าโจทก์นำสืบฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งห้ารู้อยู่แล้วว่าหนังสือเอกสารหมาย จ.4 และ จ.5พิมพ์ขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์นั้น เมื่อศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยทั้งห้าร่วมกันจัดพิมพ์หนังสือดังกล่าวโดยทำซ้ำและดัดแปลงจากหนังสือเอกสารหมาย จ.1 ถึง จ.3 ที่โจทก์มีลิขสิทธิ์เป็นกรณีจำเลยทั้งห้าร่วมกันทำละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์โดยตรงตามมาตรา 24 โดยมิได้วินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยทั้งห้าถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ตามมาตรา 27 คดีจึงไม่มีปัญหาว่าจำเลยทั้งห้ารู้หรือไม่ว่าหนังสือที่จำเลยทั้งห้าร่วมกันจัดพิมพ์ขึ้นตามเอกสารหมาย จ.5 ก็ดี หรือที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันจัดพิมพ์ขึ้นตามเอกสารหมาย จ.4 ก็ดี เป็นหนังสือที่พิมพ์ขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ ที่จำเลยที่ 5 ฎีกาว่าจำเลยที่ 3 ไม่ใช่ผู้จัดพิมพ์หนังสือเอกสารหมาย จ.5 จำเลยที่ 5 จึงไม่ต้องรับผิดด้วยนั้น โจทก์นำสืบนายธงชัย ชิวปรีชา รองผู้อำนวยการของโจทก์ได้ความว่า หนังสือเอกสารหมาย จ.5 นั้น จำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดทำขายโดยจำเลยที่ 3 เป็นผู้พิมพ์ผู้โฆษณาและเมื่อตรวจดูหนังสือเอกสารหมาย จ.5 แผ่นที่ 2 ด้านหลังก็มีชื่อจำเลยที่ 3 และ และชื่อจำเลยที่ 4 ระบุไว้ชัดว่าเป็นผู้พิมพ์ผู้โฆษณา จำเลยนำสืบนายสมศักดิ์ ทรัพย์ทวีพร บุตรชายจำเลยที่ 2 และนายสมศักดิ์ก็เบิกความลอย ๆ ว่าา จำไม่ได้ว่า จ้างโรงพิมพ์ใด พิมพ์หนังสือเล่มนี้ และแม้ปรากฎจากคำเบิกความของจำเลยที่ 4 ว่า เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2526 โจทก์มีหนังสือแจ้งเรื่องโจทก์อ้างว่า จำเลยที่ 3ละเมิดลิขสิทธิ์ให้ทราบ จึงได้ส่งเรื่องให้ทนายความต่อไป ทนายความได้มีหนังสือห้ามจำเลยที่ 1 ที่ 2 และนายเอกสิทธิ์ วิทยกุลแอบอ้างใช้ชื่อจำเลยที่ 3 ตามเกสารหมาย ล.8 ถึง ล.12 ซึ่งปรากฎว่าไม่อาจส่งหนังสือดังกล่าวให้นายเอกสิทธิ์ได้เพราะไม่มีผู้รับตามที่จ่าหน้าส่วนจำเลยที่ 1 ที่ 2 ได้รับหนังสือดังกล่าว แต่จำเลยที่ 3 และที่ 4 ก็มิได้ดำเนินการตามกฎหมายหรือเรียกเอาค่าเสียหายจากจำเลยที่ 1 ที่ 2 แต่อย่างใด จนกระทั่งถูกฟ้องเป็นคดีนี้เป็นเวลาถึง 2 ปีเศษ ทั้ง ๆ ที่จำเลยที่ 3 มีอาชีพประกอบกิจการโรงพิมพ์จะต้องรู้ว่าการที่จำเลยที่ 1 ที่ 2 นำชื่อจำเลยที่ 3 ไปลงพิมพ์ในหนังสือตามเอกสารหมาย จ.5 ในฐานะผู้พิมพ์และผู้โฆษณาตามมาตรา 13แห่งพระราชชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ. 2484 จำเลยที่ 3 อาจจะต้องรับผิดตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติดังกล่าว และอาจต้องรับผิดในเรื่องละเมิดลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ด้วย พฤติการณ์ที่จำเลยที่ 3 ปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินการตามสมควรเช่นนี้ จึงมีเหตุผลให้ฟังได้ตามที่โจทก์นำสืบว่าจำเลยที่ 3 เป็นผู้พิมพ์ผู้โฆษณาหนังสือตามเอกสารหมาย จ.5..."
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 536/2534
สถาบัน ส่งเสริม การ สอน วิทยา ศาสตร์ และ เทคโนโลยี โจทก์
ห้างหุ้นส่วนจำกัด สำนัก พิมพ์ ประสาน มิตร กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - สถาบัน ส่งเสริม การ สอน วิทยา ศาสตร์ และ เทคโนโลยี · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด สำนัก พิมพ์ ประสาน มิตร กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิชัย ตันติกุลานันท์ · พนม พ่วงภิญโญ · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ