⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5463/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5463/2534

ป.วิ.แพ่ง ม.57

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การร้องสอดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57 ต้องเป็นบุคคลนอกคดี หากบุคคลนั้นเป็นคู่ความในคดีอยู่แล้ว จะไม่สามารถร้องสอดเข้ามาได้.

ย่อคำพิพากษา

กรณีที่จะมีการเข้ามาเป็นคู่ความโดยการร้องสอดตามป.วิ.พ. มาตรา 57 ได้นั้น ไม่ว่าจะเป็นการขอเข้ามาเองหรือถูกหมายเรียกเข้ามาก็ดี ผู้ที่จะเข้ามานั้นต้องเป็นบุคคลนอกคดีจำเลยที่ 1 ซึ่งจำเลยที่ 2 ขอให้เรียกเข้ามานั้นเป็นคู่ความอยู่ในคดีนี้แล้ว การที่จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา แต่โจทก์ก็ยังดำเนินคดีกับจำเลยที่ 1 ต่อไป จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นบุคคลภายนอกที่จำเลยที่ 2 จะเรียกเข้ามาโดยการร้องสอดตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 57(3) ได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.57

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.57 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ผิดสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีกับโจทก์โดยมีจำเลยที่ 2 ที่ 3 เป็นผู้ค้ำประกันอย่างลูกหนี้ร่วม ขอให้จำเลยทั้งสามชำระเงิน 393,160.52 บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ 1 และที่ 3 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 2 ให้การว่า เป็นผู้ค้ำประกันหนี้จำเลยที่ 1 ในวงเงิน300,000 บาท จำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดเกินวงเงินที่ค้ำประกันขอให้ยกฟ้อง เมื่อสืบพยานโจทก์แล้ว ในวันสืบพยานจำเลยก่อนสืบพยาน จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้หมายเรียกจำเลยที่ 1 เข้ามาเป็นจำเลยร่วมตามป.วิ.พ. มาตรา 57(3) ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 385,399.71บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี แก่โจทก์ จำเลยที่ 2 อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 2 ฎีกาว่ามีสิทธิเรียกจำเลยที่ 1เข้ามาเป็นจำเลยร่วมได้ ในปัญหานี้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 57 บัญญัติไว้ในวรรคแรกว่า "บุคคลภายนอกซึ่งมิใช่คู่ความอาจเข้ามาเป็นคู่ความได้ด้วยการร้องสอด..." ดังนั้น กรณีที่จะมีการเข้ามาเป็นคู่ความโดยการร้องสอดตามมาตรานี้ได้นั้น ไม่ว่าจะเป็นการขอเข้ามาเองหรือถูกหมายเรียกเข้ามาก็ดี ผู้ที่จะเข้ามานั้นต้องเป็นบุคคลนอกคดี แต่จำเลยที่ 1 ซึ่งจำเลยที่ 2 ขอให้เรียกเข้ามานั้นเป็นคู่ความอยู่ในคดีนี้แล้ว การที่จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา แต่โจทก์ก็ยังดำเนินคดีกับจำเลยที่ 1ต่อไป จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นบุคคลภายนอกที่จำเลยที่ 2จะเรียกเข้ามาโดยการร้องสอดตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(3) ได้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5463/2534 ธนาคาร กสิกร ไทย จำกัด โจทก์ นาย สุจิตต์ ลิมโปดม กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคาร กสิกร ไทย จำกัด · จำเลย - นาย สุจิตต์ ลิมโปดม กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุดม เฟื่องฟุ้ง · ก้าน อันนานนท์ · อัมพร ทองประยูร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3982/2558ฎีกา 988/2485ฎีกา 609/2526ฎีกา 2395/2538ฎีกา 3041/2522ฎีกา 8235/2548ฎีกา 943/2513ฎีกา 1723/2534ฎีกา 2240/2538ฎีกา 224/2524ฎีกา 602/2488ฎีกา 1627/2505ฎีกา 8119/2540ฎีกา 247/2501ฎีกา 679/2506ฎีกา 7890/2568ฎีกา 6343/2551ฎีกา 2962/2543ฎีกา 1529/2549ฎีกา 573/2500ฎีกา 249/2503ฎีกา 4355/2548ฎีกา 3077/2524ฎีกา 4085/2559
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา