⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5548/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5548/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนสำหรับค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถยนต์ที่เสียหายในช่วงเวลาที่รถยนต์ต้องเข้าซ่อม.

ย่อคำพิพากษา

เมื่อรถยนต์ของโจทก์ถูกชนได้รับความเสียหายต้องเข้าซ่อมช่วงเวลาที่เสียไประหว่างซ่อมถือได้ว่าโจทก์ขาดประโยชน์แล้วตั้งแต่บัดนั้น ส่วนที่โจทก์เช่ารถยนต์ของบุคคลอื่นมาวิ่งรับส่งคนโดยสารแทนรถยนต์ของโจทก์และต้องเสียค่าเช่านั้น เป็นเพียงเพื่อบรรเทาค่าขาดประโยชน์ที่ต้องสูญเสียไปลงบ้างเท่านั้น จำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์ ศาลชั้นต้นไม่ได้กำหนดประเด็นว่า บ. เป็นเจ้าของผู้ครอบครองรถยนต์ในขณะเกิดเหตุหรือไม่ แต่กำหนดประเด็นว่า ส. เป็นลูกจ้างและกระทำในทางการที่จ้างของ บ. หรือไม่เท่านั้น ที่โจทก์ฎีกาอ้างว่า บ. ต้องร่วมรับผิดในฐานะเป็นเจ้าของผู้ครอบครองรถยนต์ในขณะเกิดเหตุจึงเป็นฎีกานอกประเด็น.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.425 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.437 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.438

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาบังคับจำเลยทั้งสองใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 791,898.75 บาท กับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในเงินต้น 736,650 บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสองให้การมีใจความทำนองเดียวกันว่า นายโสมนัสไม่ใช่ลูกจ้างของนายบุญเยี่ยม นายโสมนัสและนายบุญเยี่ยมไม่มีมรดก จำเลยทั้งสองจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ โจทก์เสียหายทั้งหมดไม่เกิน 10,000บาท ฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมและขาดอายุความ ขอให้พิพากษายกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 201,487 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2526 จนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ โดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 101,487 บาท ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 นอกจากที่แก้ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า นายโสมนัสขับรถยนต์ของนายบุญเยี่ยมด้วยความประมาทชนรถยนต์โจทก์ แต่นายโสมนัสไม่ใช่ลูกจ้างและกระทำในทางการที่จ้างของนายบุญเยี่ยม จำเลยที่ 2 ในฐานะทายาทผู้รับมรดกของนายบุญเยี่ยมจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์และวินิจฉัยว่า เมื่อรถยนต์ของโจทก์ถูกชนได้รับความเสียหายต้องเข้าซ่อม ช่วงเวลาที่เสียไประหว่างซ่อม ถือได้ว่าโจทก์ขาดประโยชน์แล้วตั้งแต่บัดนั้นส่วนที่โจทก์เช่ารถยนต์ของบุคคลอื่นมาวิ่งรับส่งคนโดยสารแทนรถยนต์ของโจทก์ต่อไป และต้องเสียค่าเช่าไปนั้น เป็นเพียงเพื่อบรรเทาค่าขาดประโยชน์ที่ต้องสูญเสียไปลงบ้างเท่านั้น ที่ศาลชั้นต้นกำหนดค่าสินไหมทดแทนส่วนนี้เป็นเงิน 100,000 บาท ทั้งที่โจทก์ฟ้องเรียกมาถึง 369,500 บาท จึงเหมาะสมและเป็นคุณแก่จำเลย และในการกำหนดประเด็นข้อพิพาทเพิ่มเติมของศาลชั้นต้นตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 17 มกราคม 2528 ศาลชั้นต้นไม่ได้กำหนดประเด็นว่านายบุญเยี่ยมเป็นเจ้าของผู้ครอบครองรถยนต์ในขณะเกิดเหตุหรือไม่แต่กำหนดประเด็นว่า นายโสมนัสเป็นลูกจ้างและกระทำในทางการที่จ้างของนายบุญเยี่ยมหรือไม่เท่านั้น ดังนี้ ที่โจทก์ฎีกาว่านายบุญเยี่ยมเป็นเจ้าของผู้ครอบครองรถยนต์ที่นายโสมนัสขับในขณะเกิดเหตุ จำเลยที่ 2 ในฐานะทายาทของนายบุญเยี่ยมจึงต้องรับผิดต่อโจทก์ จึงเป็นฎีกานอกประเด็น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ชดใช้ค่าเสียหาย 201,487 บาทแก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่12 มิถุนายน 2526 จนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5548/2534 นาย จารึก ชินเพ็ญสวัสดิ์ โจทก์ นาย บุญ ช่วย นรากร ฯ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย จารึก ชินเพ็ญสวัสดิ์ · จำเลย - นาย บุญ ช่วย นรากร ฯ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นาม ยิ้มแย้ม · ไพฑูรย์ เนติโพธิ์ · โสภณ จันเทรมะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 883/2518ฎีกา 79/2486ฎีกา 163/2491ฎีกา 4884/2543ฎีกา 770/2535ฎีกา 6025/2538ฎีกา 681/2506ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 1479/2542ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1030/2509ฎีกา 710/2542ฎีกา 8884/2543ฎีกา 1000/2505ฎีกา 194/2543ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา