⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5659/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5659/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยกับพวกมีเจตนาร่วมกันทำร้ายผู้เสียหาย โดยใช้อาวุธตีที่ศีรษะหลายครั้ง ประกอบกับคำพูดที่แสดงเจตนาว่า "ตายแล้วพอ หยุด" ถือได้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยกับพวกมาด้วยกันและทำร้ายผู้เสียหายในลักษณะที่เป็นการช่วยกันทำร้าย ถือได้ว่าจำเลยกับพวกมีเจตนาร่วมกันทำร้ายผู้เสียหาย ไม้ไผ่ที่จำเลยใช้และจอบที่ ย. พวกของจำเลยใช้ตีทำร้ายผู้เสียหายมีขนาดใหญ่และตีหลายครั้ง ทั้งตีที่ศีรษะอันเป็นอวัยวะสำคัญ ซึ่งอาจทำให้ผู้เสียหายถึงแก่ความตายได้โดยง่าย ประกอบกับก่อนที่จำเลยจะหยุดตีทำร้าย จำเลยได้พูดว่าตายแล้วพอ หยุดแสดงว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกอีก 2 คน ร่วมกันใช้กำลังประทุษร้ายนายบุญสม คล้ายสกุล ผู้เสียหายจนล้มลง แล้วร่วมกันใช้ไม้ไผ่ยาว1 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 นิ้วครึ่ง และจอบด้ามไม้ไผ่ยาวประมาณ 1 เมตร เป็นอาวุธตีประทุษร้ายร่างกายผู้เสียหายบริเวณที่ศีรษะและลำตัวอย่างแรงหลายครั้งโดยเจตนาฆ่า แต่ผู้เสียหายไม่ถึงแก่ความตาย เพียงได้รับอันตรายสาหัส ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80, 83 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80, 83 ให้ลงโทษจำคุก 10 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุจำเลยกับนายยงและนายพัดได้ทำร้ายผู้เสียหายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยมีว่า จำเลยร่วมกับนายยงหรือนายฟัดทำร้ายผู้เสียหายหรือไม่และจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายหรือไม่ แม้ตามคำเบิกความของพยานโจทก์จะไม่ปรากฏว่าจำเลยกับนายยงและนายพัดได้นัดแนะกันมาก่อนว่าจะร่วมกันทำร้ายผู้เสียหายแต่การกระทำของจำเลยกับพวกที่มาด้วยกันและทำร้ายผู้เสียหายในลักษณะที่เป็นการช่วยกันทำร้าย ถือได้ว่าจำเลยกับพวกมีเจตนาร่วมกันทำร้ายผู้เสียหาย ไม้ไผ่ที่จำเลยใช้และจอบที่นายยงใช้ตีทำร้ายผู้เสียหายมีขนาดใหญ่และตีหลายครั้ง ทั้งตีที่ศีรษะอันเป็นอวัยวะสำคัญ ซึ่งอาจทำให้ผู้เสียหายถึงแก่ความตายได้โดยง่ายประกอบกับก่อนที่จำเลยจะหยุดตีทำร้าย จำเลยได้พูดว่าตายแล้ว พอหยุด เป็นการแสดงเจตนาของจำเลยว่าต้องการจะให้ผู้เสียหายถึงแก่ความตาย การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามฟ้อง พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5659/2534 พนักงานอัยการ จังหวัด นครสวรรค์ โจทก์ นาย สุชาติ ศ รี คง ไทย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด นครสวรรค์ · จำเลย - นาย สุชาติ ศ รี คง ไทย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อัมพร ทองประยูร · ก้าน อันนานนท์ · อุดม เฟื่องฟุ้ง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1270/2506ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1162/2508ฎีกา 729/2483ฎีกา 3578/2531ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 3237/2543ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 2936/2543ฎีกา 1165/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา