⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5855/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5855/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรอการลงโทษจำคุกในคดีเช็คสามารถทำได้ หากจำเลยรับสารภาพและโจทก์ได้รับชำระหนี้ส่วนใหญ่แล้ว และหนี้ส่วนที่เหลือสามารถบังคับคดีทางแพ่งได้

ย่อคำพิพากษา

คดีความผิดต่อ พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คพ.ศ. 2497 แม้กฎหมายกำหนดโทษจำคุกไว้ แต่เป็นความผิดอันเกิดจากความรับผิดของบุคคลในทางแพ่ง เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพมาตั้งแต่ต้นทั้งโจทก์ได้รับชำระหนี้บางส่วนเป็นจำนวนกว่าครึ่งหนึ่งของหนี้สินทั้งหมด สำหรับหนี้ส่วนที่ค้างชำระโจทก์ก็อาจบังคับเอากับจำเลยในทางแพ่งได้อีกเมื่อศาลพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย จึงสมควรรอการลงโทษจำเลยไว้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.56

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 เรียงกระทงลงโทษ จำคุกกระทงละ 1 ปี รวม 5 กระทงจำคุก 5 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี 6 เดือน เนื่องจากโจทก์ได้รับเงินจากจำเลยไปแล้วเป็นเงิน 862,300.15 บาท และไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน เห็นสมควรให้โอกาสจำเลยกลับประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อไป จึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 คำขอนับโทษต่อให้ยก โจทก์อุทธรณ์ขอไม่ให้รอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหามาสู่การพิจารณาของศาลฎีกาว่าควรพิพากษาลงโทษจำเลยไปทันทีหรือรอการลงโทษไว้ เห็นว่าคดีนี้แม้กฎหมายจะกำหนดให้มีโทษจำคุกไว้ด้วยก็ตาม แต่เป็นความผิดอันเกิดขึ้นจากความรับผิดของบุคคลในทางแพ่งคดีนี้จำเลยให้การรับสารภาพมาตั้งแต่ต้นเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาของศาลเป็นอย่างยิ่งทั้งโจทก์ได้รับชำระหนี้แล้วบางส่วนเป็นจำนวน 862,300.15 บาทจากหนี้สินทั้งสิ้น 1,750,000,000 บาท ซึ่งเป็นจำนวนกว่าครึ่งหนึ่งของหนี้สินทั้งหมด สำหรับหนี้ส่วนที่ค้างชำระ โจทก์อาจขอบังคับเอากับจำเลยในทางแพ่งได้อีก การที่จำเลยต้องคำพิพากษาถึงจำคุกแม้รอการลงโทษไว้ ก็พอที่จะทำให้จำเลยสำนึกในความผิดที่ได้กระทำแล้ว..." พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5855/2534 บริษัท ปากช่อง ติยะ วงศ์ จำกัด โจทก์ นาย อนันต์ จิตร เพียร ค้า จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท ปากช่อง ติยะ วงศ์ จำกัด · จำเลย - นาย อนันต์ จิตร เพียร ค้า
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิทวัส อยู่วัฒนา · บุญส่ง วรรณกลาง · ตัน เวทไว
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 17225/2557ฎีกา 1891/2500ฎีกา 7074/2541ฎีกา 5598/2540ฎีกา 633/2540ฎีกา 2724/2550ฎีกา 664/2520ฎีกา 3911/2568ฎีกา 412/2540ฎีกา 370/2542ฎีกา 187/2530ฎีกา 1049/2539ฎีกา 170/2539ฎีกา 6318/2534ฎีกา 1935/2541ฎีกา 4380/2542ฎีกา 4042/2547ฎีกา 5509/2549ฎีกา 3576/2536ฎีกา 1594/2523ฎีกา 4018/2542ฎีกา 2994/2540ฎีกา 5093/2548ฎีกา 9575/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ