⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6016/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6016/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่นิติบุคคลจะฟ้องคดีได้นั้น ต้องเป็นการแสดงเจตนาโดยผู้แทนของนิติบุคคลตามที่กฎหมายกำหนดไว้ หากผู้ฟ้องคดีแทนไม่มีอำนาจกระทำการแทน นิติบุคคลนั้นจะถือว่าไม่มีอำนาจฟ้องคดี.

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องโจทก์ได้ความว่า โจทก์ที่ 1 เป็นบริษัทจำกัด มีกรรมการ 3 คน คือโจทก์ที่ 2 และจำเลยที่ 7 ที่ 8 กรรมการสองคนในสามคนลงลายมือชื่อร่วมกันประทับตราสำคัญของบริษัทมีอำนาจกระทำการแทนบริษัทได้ กรณีจะมีการฟ้องคดีในฐานะที่บริษัทเป็นโจทก์จึงต้องเป็นไปตามข้อบังคับของบริษัทที่จดทะเบียนไว้ ถึงแม้ในคำฟ้องของบริษัทโจทก์ที่ 1 จะกล่าวอ้างว่าเป็นกรณีที่จำเลยที่ 7 ที่ 8 ร่วมกับจำเลยอื่นทำให้บริษัทเสียหาย โจทก์ที่ 2 ในฐานะที่เป็นกรรมการของบริษัทคนหนึ่งนั้นจะมีอำนาจดำเนินการฟ้องร้องตามกรณีที่กล่าวอ้างในคำฟ้องได้ก็ตาม แต่ก็เป็นกรณีที่จะต้องดำเนินการในฐานะนั้นเท่านั้น ไม่อาจดำเนินการฟ้องร้องในฐานะเป็นผู้แทนของบริษัทอันจะถือว่าบริษัทเป็นผู้ฟ้องคดีได้ เพราะในกรณีที่บริษัทจำกัดฟ้องคดีนั้น บริษัทจำกัดจะต้องเข้าไปรับผิดในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมในกรณีที่ศาลจะให้ใช้แทนอีกฝ่ายหนึ่งโดยบังคับเอาจากทรัพย์สินของบริษัทมิใช่ผู้ฟ้องคดีแทนจะต้องรับผิดหรือบังคับเอาแก่ทรัพย์สินของผู้ฟ้องคดีแทน การที่โจทก์ที่ 2 เพียงผู้เดียวแม้จะเป็นกรรมการของบริษัทโจทก์ที่ 1 แต่ก็ไม่อาจที่จะมีอำนาจกระทำการแทนบริษัทตามที่จดทะเบียนไว้ได้ โจทก์ที่ 2 จึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีแทนบริษัทโจทก์ที่ 1 ในฐานะที่เป็นนิติบุคคลได้กรณีเป็นเรื่องบริษัทโจทก์ที่ 1 ในฐานะนิติบุคคลฟ้องคดีโดยผู้ที่ไม่มีอำนาจกระทำแทนได้ เป็นเรื่องฟ้องคดีโดยผู้ที่ไม่มีอำนาจ ไม่ใช่กรณีที่เป็นเรื่องบกพร่องในความสามารถที่ศาลต้องสั่งให้แก้ไขก่อนมีคำพิพากษาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 56 แต่เป็นกรณีที่ความประสงค์ของนิติบุคคลนั้นไม่แสดงปรากฏจากผู้แทนของนิติบุคคลนั้นตามที่บัญญัติไว้ใน ป.พ.พ. มาตรา 75 คำฟ้องของโจทก์ที่ 1 ซึ่งดำเนินการโดยโจทก์ที่ 2 จึงเป็นคำฟ้องที่ไม่อาจรับไว้พิจารณาได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.56 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.75

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ที่ ๑ จดทะเบียนเป็นนิติบุตคคลประเภทบริษัทจำกัดมีโจทก์ที่ ๒ และจำเลยที่ ๗ ที่ ๘ เป็นกรรมการ โดยกรรมการ ๒ คนใน ๓ คน ลงลายมือชื่อร่วมกัน และประทับตราสำคัญของบริษัท กระทำการผูกพันบริษัทโจทก์ที่ ๑ ได้ โจทก์ที่ ๑ โดยโจทก์ที่ ๒ เพียงคนเดียวได้ลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัทเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ ๑ถึงที่ ๑๔ ในข้อหาผิดสัญญา เรียกค่าเสียหายและเพิกถอนสัญญาโอนหุ้น โดยแต่งตั้งให้นายวิชิตอังสนันท์ เป็นทนายความโจทก์ที่ ๑ ต่อมาโจทก์ที่ ๑ โดยจำเลยที่ ๗ ที่ ๘ ยื่นคำบอกกล่าวขอถอนฟ้อง ศาลชั้นต้นสั่งในคำบอกกล่าวว่า โจทก์ที่ ๑ ฟ้องคดีโดยมีกรรมการเพียงคนเดียวลงชื่อในใบแต่งทนาย อำนาจฟ้องของโจทก์ที่ ๑ บกพร่อง จึงให้ยกฟ้องโจทก์ที่ ๑ โจทก์ที่ ๑ โดยโจทก์ที่ ๒ อุทธรณ์ ต่อมาโจทก์ที่ ๑ โดยจำเลยที่ ๗ ที่ ๘ ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ที่ ๑ ยื่นคำร้องขอถอนนายวิชิต อังสนันท์ ออกจากการเป็นทนายความของโจทก์ที่ ๑ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นกรณีที่ผู้ร้องทั้งสองถูกโจทก์ที่ ๑ ฟ้องเป็นจำเลยในคดีนี้ โดยมีโจทก์ที่ ๒ เป็นผู้ลงชื่อแต่งตั้งนายวิชิต อังสนันท์ เป็นทนายโจทก์ที่ ๑ ผู้ร้องทั้งสองจึงไม่อยู่ในฐานะที่จะใช้อำนาจแทนโจทก์ที่ ๑ ยกคำร้อง โจทก์ที่ ๑ โดยจำเลยที่ ๗ ที่ ๘ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำสั่งยกฟ้องของศาลชั้นต้นที่สั่งในคำบอกกล่าวขอถอนฟ้องโจทก์ที่ ๑ ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาคำบอกกล่าวขอถอนฟ้องแล้วสั่งใหม่ตามนัยดังกล่าวข้างต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งศาลชั้นต้น โจทก์ที่ ๑ โดยจำเลยที่ ๗ ที่ ๘ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาวินิจฉัยในข้อแรกว่า การฟ้องคดีของโจทก์ที่ ๑นั้น เป็นคำฟ้องที่ต้องรับไว้พิจารณาต่อไปหรือไม่ ได้พิจารณาข้อเท็จจริงตามที่กล่าวไว้ในฟ้องแล้วได้ความว่า โจทก์ที่ ๑ เป็นบริษัทจำกัดมีกรรมการ ๓ คน คือโจทก์ที่ ๒ และจำเลยที่ ๗ ที่ ๘กรรมการ ๒ ใน ๓ คน ลงลายมือชื่อร่วมกันประทับตราสำคัญของบริษัทมีอำนาจกระทำการแทนบริษัทได้ ดังนี้ ในกรณีจะมีการฟ้องคดีในฐานะที่บริษัทเป็นโจทก์แล้ว ก็ต้องเป็นไปตามข้อบังคับของบริษัทที่จดทะเบียนไว้ ถึงแม้ในคำฟ้องของโจทก์ที่ ๑ จะกล่าวอ้างว่าเป็นกรณีที่จำเลยที่ ๗ที่ ๘ ร่วมกับจำเลยอื่นทำให้บริษัทเสียหาย โจทก์ที่ ๒ ในฐานะที่เป็นกรรมการของบริษัทคนหนึ่งนั้นจะมีอำนาจดำเนินการฟ้องร้องตามกรณีที่กล่าวอ้างในคำฟ้องได้ก็ตาม แต่ก็เป็นกรณีที่จะต้องดำเนินการในฐานะนั้นเท่านั้น ไม่อาจดำเนินการฟ้องร้องในฐานะเป็นผู้แทนของบริษัทอันจะถือว่าบริษัทจำกัดเป็นผู้ฟ้องคดีได้ เพราะในกรณีที่บริษัทจำกัดฟ้องคดีนั้น บริษัทจำกัดจะต้องเข้าไปรับผิดในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมในกรณีที่ศาลจะให้ใช้แทนอีกฝ่ายหนึ่งโดยบังคับเอาจากทรัพย์สินของบริษัทจำกัด มิใช่ผู้ฟ้องคดีแทนจะต้องรับผิดหรือบังคับเอาแก่ทรัพย์สินของผู้ฟ้องคดีแทน ดังนั้น การที่โจทก์ที่ ๒ เพียงผู้เดียวแม้จะเป็นกรรมการของบริษัทจำกัด แต่ก็ไม่อาจที่จะมีอำนาจกระทำการแทนบริษัทจำกัดตามที่จดทะเบียนไว้ได้ โจทก์ที่ ๒ จึงไม่มีอำนาจที่จะฟ้องคดีแทนโจทก์ที่ ๑ ในฐานะที่เป็นนิติบุคคลได้ กรณีเป็นเรื่องที่โจทก์ที่ ๑ ในฐานะนิติบุคลฟ้องคดีโดยผู้ที่ไม่มีอำนาจกระทำการแทนได้ เป็นเรื่องฟ้องคดีโดยผู้ที่ไม่มีอำนาจ ไม่ใช่กรณีที่เป็นเรื่องบกพร่องในความสามารถที่ศาลต้องสั่งให้แก้ไขก่อนมีคำพิพากษาตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๖แต่เป็นกรณีที่ความประสงค์ของนิติบุคคลนั้นไม่แสดงปรากฏจากผู้แทนของนิติบุคคลนั้นตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๗๕ คำฟ้องของโจทก์ที่ ๑ ซึ่งดำเนินการโดยโจทก์ที่ ๒ จึงเป็นคำฟ้องที่ไม่อาจรับไว้พิจารณาได้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกฟ้องโจทก์ที่ ๑ นั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ที่ ๑ โดยจำเลยที่ ๗ ที่ ๘ ฟังขึ้น เมื่อวินิจฉัยว่าโจทก์ที่ ๑ โดยโจทก์ที่ ๒ ไม่มีอำนาจฟ้องคดีเช่นนี้แล้ว ปัญหาอื่นที่ฎีกามาก็ไม่เป็นประโยชน์แก่คดี จึงไม่จำต้องวินิจฉัย พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ที่ ๑ ตามคำสั่งของศาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6016/2534 บริษัทไวทเฮาซเทาเออ จำกัด กับพวก โจทก์ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทไวทเฮาซเทาเออ จำกัด กับพวก · จำเลย - ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุดม เฟื่องฟุ้ง · ก้าน อันนานนท์ · อัมพร ทองประยูร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายวิชัย ตันติกุลานันท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเสรี ชุณหถนอม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 288/2506ฎีกา 534/2509ฎีกา 2395/2538ฎีกา 2302/2518ฎีกา 105/2525ฎีกา 4822/2533ฎีกา 1241/2491ฎีกา 4790/2533ฎีกา 3293/2530ฎีกา 702/2517ฎีกา 643/2494ฎีกา 1093/2507ฎีกา 380/2496ฎีกา 787-788/2506ฎีกา 890/2503ฎีกา 1190/2495ฎีกา 1889/2511ฎีกา 4217/2565ฎีกา 7255/2539ฎีกา 6038/2534ฎีกา 2159/2556ฎีกา 782/2516ฎีกา 2394/2533ฎีกา 1121/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา