⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6069/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6069/2534

พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร ม.5, 28, 31 ฯลฯ · ป.วิ.แพ่ง ม.55

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่นายทะเบียนปฏิเสธการลงชื่อและสัญชาติไทยในทะเบียนบ้าน ถือเป็นการโต้แย้งสิทธิของผู้ขอ และผู้ขอมีอำนาจฟ้อง

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ทั้งสามโดย ค. มารดาได้ขอให้จำเลยในฐานะนายทะเบียนอำเภอลงชื่อและสัญชาติไทยแก่โจทก์ทั้งสามลงในทะเบียนบ้าน จำเลยไม่ยอมลงโดยเห็นว่าโจทก์ทั้งสามเป็นบุตรคนญวนอพยพเข้าหลักเกณฑ์ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 เท่ากับจำเลยปฏิเสธว่าโจทก์ทั้งสามไม่มีสัญชาติไทย จึงเป็นการโต้แย้งสิทธิโจทก์ทั้งสาม ที่จำเลยออกคำสั่งแจ้งให้ ค. ไปยื่นคำร้องขอมีสัญชาติที่สำนักงานจังหวัดโดยตรงเป็นการปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางราชการก็เป็นการกระทำที่ทำให้ไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์ทั้งสาม แต่ไม่ทำให้กลายเป็นไม่ได้โต้แย้งสิทธิโจทก์ ดังนี้โจทก์ทั้งสามมีอำนาจฟ้อง.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร ม.5 พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร ม.28 พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร ม.31 พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร ม.35

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสามเป็นผู้เยาว์ไม่มีบิดาโดยชอบดด้วยกฎหมาย โจทก์ทั้งสามมีสัญชาติไทยโดยการเกิด อาศัยอยู่กับมารดามีภูมิลำเนาอยู่เลขที่ 743 หมู่ที่ 1 ตำบลจุมพล อำเภอโพนพิสัยจังหวัดหนองคาย โจทก์ทั้งสามได้ขอมีชื่อในทะเบียนบ้านเลขที่ 743ดังกล่าว แต่จำเลยปฏิเสธ ขอให้บังคับจำเลยให้จดชื่อโจทก์ทั้งสามลงไว้ในทะเบียนบ้านเลขที่ 743 หมู่ที่ 1 ตำบลจุมพล อำเภอโพนพิสัยจังหวัดหนองคาย โดยระบุว่าโจทก์ทั้งสามมีเชื้อชาติไทย สัญชาติไทย จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยยังมิได้โต้แย้งสิทธิของโจทก์โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยในประเด็นที่ยังมิได้วินิจฉัยแล้วมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงได้ความว่าโจทก์ทั้งสามเป็นบุตรของนายดุก ฟามวัน ซึ่งมีบัตรประจำตัวเป็นคนญวนอพยพกับนางคำ วูวัน เมื่อเดือนตุลาคม 2529 โจทก์ทั้งสามโดยนางคำ มารดา ได้ยื่นคำร้องตามสำเนาคำร้องเอกสารหมาย จ.3ต่อจำเลยในฐานะนายทะเบียนอำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ขอให้ใส่ชื่อโจทก์ทั้งสามลงในทะเบียนบ้านเอกสารหมาย จ.2 และนางคำได้ให้ปากคำต่อเจ้าหน้าที่อำเภอโพนพิสัย ตามบันทึกปากคำเอกสารหมาย จ.5 แต่จำเลยปฏิเสธโดยไม่ยอมลงชื่อโจทก์ทั้งสามในสำเนาทะเบียนบ้านตามคำร้อง แต่ให้นางคำไปยื่นคำร้องขอมีสัญชาติที่สำนักงานจังหวัดหนองคาย พร้อมได้ส่งบันทึกปากคำนางคำไปให้ทางจังหวัดหนองคายเพื่อส่งกระทรวงมหาดไทยพิจารณา ตามสำเนาคำร้องเอกสารหมาย จ.3 คดีมีปัญหาว่าการกระทำของจำเลยเป็นการโต้แย้งสิทธิโจทก์หรือไม่ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2499มาตรา 5 มาตรา 28 และมาตรา 35 จำเลยเป็นนายทะเบียนอำเภอมีอำนาจหน้าที่ดำเนินการตามพระราชบัญญัติจัดทำทะเบียนบ้านในหน้าที่ของตนไว้ทุกบ้าน และจัดทำทะเบียนคนทุกคนที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านของแต่ละอำเภอและเมื่อมีการเพิ่ม ลด หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงก็ให้แก้ทะเบียนคนให้ถูกต้อง เมื่อตามข้อเท็จจริงได้ความจากข้ออ้างของโจทก์ว่า โจทก์ทั้งสามเป็นบุตรนายดุก ฟามวัน กับนางคำ วูวันเกิดในประเทศไทย ตามสูติบัตรเอกสารหมาย จ.1 สำเนาทะเบียนบ้านหมาย จ.2 บันทึกให้ปากคำของนางคำ เอกสารหมาย จ.4 และโจทก์ทั้งสามโดยนางคำ มารดาได้ขอให้จำเลยในฐานะนายทะเบียนอำเภอลงชื่อและสัญชาติไทยแก่โจทก์ทั้งสามลงในทะเบียนบ้าน จำเลยไม่ยอมลงโดยเห็นว่าโจทก์ทั้งสามเป็นบุตรคนญวนอพยพเข้าหลักเกณฑ์ตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 337 จำเลยแจ้งให้นางคำไปยื่นคำร้องขอมีสัญชาติไทยแทนการรับจดทะเบียนให้ เท่ากับจำเลยปฏิเสธว่าโจทก์ทั้งสามไม่มีสัญชาติไทย การกระทำของจำเลย จึงเป็นการโต้แย้งสิทธิที่โจทก์ทั้งสามพึงมีพึงได้แล้ว ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า คำขอของโจทก์มีลักษณะเป็นการขอให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในทะเบียนบ้านตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร์ พ.ศ. 2499 มาตรา 31 อันจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งตามกฎกระทรวงฉบับที่ 5พ.ศ. 2516 ถ้าเป็นกรณีขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับสัญชาติให้นายทะเบียนอำเภอสอบสวนพยานหลักฐานแล้วเสนอตามลำดับเพื่อให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณาอนุมัตินั้น เห็นว่า การที่จำเลยออกคำสั่งแจ้งให้นางคำไปยื่นคำร้องขอมีสัญชาติที่สำนักงานจังหวัดหนองคายโดยตรงเป็นการปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางราชการก็ตามแต่ก็เป็นเพียงการกระทำที่ทำให้ไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์ทั้งสามเท่านั้น แต่ก็ไม่ทำให้กลายเป็นไม่ได้โต้แย้งสิทธิโจทก์ไปไม่โจทก์ทั้งสามจึงมีอำนาจฟ้องจำเลย..." พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6069/2534 เด็ก หญิง ราตรี วู วัน กับพวก โจทก์ นาย วิสูตร วงศ์วิริยะ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - เด็ก หญิง ราตรี วู วัน กับพวก · จำเลย - นาย วิสูตร วงศ์วิริยะ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อากาศ บำรุงชีพ · ชลิต ประไพศาล · สมชัย ศิริบุตร
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1793/2549ฎีกา 631/2541ฎีกา 305/2511ฎีกา 1858-1859/2515ฎีกา 130/2538ฎีกา 3409/2554ฎีกา 162/2512ฎีกา 818/2536ฎีกา 404/2526ฎีกา 108/2545ฎีกา 344/2531ฎีกา 9671/2539ฎีกา 7177/2545ฎีกา 1073/2508ฎีกา 2089/2532ฎีกา 1249/2526ฎีกา 1490/2535ฎีกา 1854/2493ฎีกา 2620/2517ฎีกา 2893/2531ฎีกา 5360/2546ฎีกา 5693/2549ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ