⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 81/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 81/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
บ้านที่ปลูกระหว่างสมรสโดยใช้เงินสินสมรส ถือเป็นสินสมรสที่คู่สมรสเป็นเจ้าของร่วมกัน และเมื่อหย่ากันแล้ว ให้แบ่งสินสมรสคนละส่วนเท่ากัน.

ย่อคำพิพากษา

ผู้ร้องที่ 1 จดทะเบียนสมรสกับจำเลยที่ 1 เมื่อ 4 ธันวาคม 2504บ้านพิพาทปลูกในระหว่าง พ.ศ. 2517 ถึง 2524 หลังจากที่ผู้ร้องที่ 1ซื้อที่ดินแปลงที่ปลูกบ้านมาเมื่อ พ.ศ. 2517 แล้ว จึงเป็นทรัพย์สินที่ผู้ร้องที่ 1 และจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นคู่สมรสกันได้มาระหว่างสมรสอันเป็นสินสมรส ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1474(1) เมื่อผู้ร้องที่ 1และจำเลยที่ 1 จดทะเบียนหย่ากัน ป.พ.พ. มาตรา 1533 บัญญัติให้แบ่งสินสมรสให้ชาย และหญิงได้ส่วนเท่ากัน เมื่อยังไม่มีการแบ่งบ้านอันเป็นสินสมรสนั้นจึงเป็นทรัพย์สินที่ผู้ร้องที่ 1 และจำเลยที่ 1เป็นเจ้าของร่วมกัน.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1356 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1474 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1533

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองให้ชำระหนี้ให้โจทก์ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินให้โจทก์ จำเลยที่ 1ไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์ขอให้บังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญ 1 แปลง เนื้อที่ประมาณ 145 ไร่ซึ่งอยู่ที่หมู่ที่ 1 ตำบลน้ำสุด อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรีพร้อมบ้านไม้ 1 หลัง ซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินดังกล่าว กับโอ่งน้ำ 1 ใบและเสาไม้แก่น 10 ต้น ของจำเลยที่ 1 ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องว่า ทรัพย์ที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้นั้นเป็นของผู้ร้องทั้งสอง ไม่ใช่ทรัพย์ของจำเลยที่ 1 ขอให้ปล่อยทรัพย์ดังกล่าว โจทก์ให้การว่า ทรัพย์ดังกล่าวเป็นของจำเลยที่ 1 กับผู้ร้องที่ 1 ทำมาหาได้ร่วมกันมาในระหว่างที่เป็นสามีภรรยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่ทรัพย์ของผู้ร้องที่ 2 หนี้ตามคำพิพากษาเป็นหนี้ร่วมผู้ร้องที่ 1 จะต้องรับผิดด้วย ผู้ร้องที่ 1 จดทะเบียนหย่ากับจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2528 เพื่อยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินไม่ให้โจทก์บังคับคดี ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินโจทก์ไม่มีสิทธิบังคับคดีจากที่ดินพิพาท ส่วนบ้าน โอ่งน้ำ และเสาไม้แก่นพิพาทเป็นสินสมรสระหว่างผู้ร้องที่ 1 กับจำเลยที่ 1มีคำสั่งให้ปล่อยที่ดินพิพาท ยกคำร้องในส่วนที่เกี่ยวกับทรัพย์สินอื่น ผู้ร้องทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ฎีกาของผู้ร้องทั้งสองคงโต้แย้งเพียงว่า บ้าน โอ่งน้ำ และเสาไม้แก่นพิพาทเป็นของผู้ร้องที่ 1 แต่ผู้เดียว ผู้ร้องที่ 2 มิได้โต้แย้งว่าทรัพย์ดังกล่าวเป็นของผู้ร้องที่ 2 ด้วย ข้อโต้แย้งสิทธิของผู้ร้องที่ 2 ตามคำร้องจึงยุติลงเมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าทรัพย์ดังกล่าวเป็นของผู้ร้องที่ 1 และจำเลยที่ 1 เพราะในชั้นอุทธรณ์ผู้ร้องที่ 2 ก็มิได้อุทธรณ์โต้แย้งว่าทรัพย์ดังกล่าวเป็นของผู้ร้องที่ 2 ดังนั้น ผู้ร้องที่ 2จึงไม่มีสิทธิฎีกาโต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่าทรัพย์ดังกล่าวเป็นของผู้ร้องที่ 1 แต่ผู้เดียว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ คดีคงมีประเด็นต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องที่ 1 ว่า บ้าน โอ่งน้ำและเสาไม้แก่นพิพาทเป็นของผู้ร้องที่ 1 แต่ผู้เดียวหรือไม่ เห็นว่าข้อเท็จจริงได้ความว่า ผู้ร้องที่ 1 จดทะเบียนสมรสกับจำเลยที่ 1เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2504 ตามที่ปรากฏหลักฐานในทางทะเบียนการหย่าเอกสารหมาย จ.2 แผ่นที่ 2 ผู้ร้องที่ 1 ย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านพิพาทเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2524 ตามหลักฐานเอกสารหมาย ร.1 แสดงว่าบ้านพิพาทปลูกขึ้นในระหว่าง พ.ศ. 2517 ถึง พ.ศ. 2524 หลักจากที่ผู้ร้องที่ 1 ซื้อที่ดินแปลงที่ปลูกบ้านมาเมื่อ พ.ศ. 2517 แล้วจึงเป็นทรัพย์สินที่ผู้ร้องที่ 1 และจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นคู่สมรสกันได้มาระหว่างสมรส อันเป็นสินสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1474(1) เมื่อผู้ร้องที่ 1 มิได้นำสืบให้เป็นอย่างอื่นจึงต้องฟังว่าบ้านพิพาทเป็นสินสมรส และเมื่อผู้ร้องที่ 1 และจำเลยที่ 1 จดทะเบียนหย่ากัน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1533บัญญัติให้แบ่งสินสมรสให้ชายและหญิงได้ส่วนเท่ากัน เมื่อยังไม่มีการแบ่งบ้านอันเป็นสินสมรสนั้นจึงเป็นทรัพย์สินที่ผู้ร้องที่ 1 และจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของร่วมกัน หาใช่ทรัพย์สินของผู้ร้องที่ 1แต่ผู้เดียวไม่..." พิพากษายกฎีกาของผู้ร้องที่ 2 และพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในส่วนที่เกี่ยวกับผู้ร้องที่ 1. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 81/2534 ร้อยเอก ทรง ภพ คำบุศย์ โจทก์ นาง ลูกชิ้น ดี ผิว กับพวก ผู้ร้อง นาย ปรีชา บัวสุทธิไพทูรย์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ร้อยเอก ทรง ภพ คำบุศย์ · ผู้ร้อง - นาง ลูกชิ้น ดี ผิว กับพวก · จำเลย - นาย ปรีชา บัวสุทธิไพทูรย์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุนพ กีรติยุติ · เสียง ตรีวิมล · บุญศรี กอบบุญ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 186/2565ฎีกา 1827/2506ฎีกา 6351/2534ฎีกา 924/2503ฎีกา 171/2546ฎีกา 396/2523ฎีกา 704/2522ฎีกา 548/2532ฎีกา 1762/2530ฎีกา 264/2547ฎีกา 1237/2555ฎีกา 8856/2551ฎีกา 3832/2530ฎีกา 472/2551ฎีกา 3409/2525ฎีกา 17/2491ฎีกา 2518/2531ฎีกา 3278/2535ฎีกา 811/2506ฎีกา 4914/2536ฎีกา 901/2511ฎีกา 3051/2533ฎีกา 3029/2566ฎีกา 12250/2557
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ