⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 960/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 960/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เรียกรับเงินโดยอ้างว่าจะจูงใจเจ้าพนักงานให้งดเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ถือว่าครบองค์ประกอบความผิดตาม ป.อ. มาตรา 143 แล้ว แม้จะยังไม่ได้ติดต่อหรือจูงใจเจ้าพนักงานจริงก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องโจทก์บรรยายว่า จำเลยเรียกเงินจากผู้เสียหายเพื่อตอบแทนการที่จำเลยจะจูงใจพนักงานสอบสวนให้ไม่ดำเนินคดีกับ ณ.และปล่อยตัว ณ. หลุดพ้นจากข้อหาลักทรัพย์ เป็นการบรรยายฟ้องครบองค์ประกอบแห่งความผิดตาม ป.อ. มาตรา 143 แล้ว ส่วนการที่จำเลยจะได้ไปติดต่อหรือจูงใจเจ้าพนักงานหรือไม่ หาใช่องค์ประกอบแห่งความผิดอันจะต้องบรรยายมาในฟ้องด้วยไม่และที่โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยใช้อุบายหลอกลวงผู้เสียหายโดยอ้างว่ารู้จักกับพนักงานสอบสวนสามารถวิ่งเต้นให้ ณ. หลุดพ้นจากคดีอาญา เป็นเพียงพฤติการณ์แห่งการกระทำของจำเลยว่าได้เอาความเท็จมากล่าวเพื่อหลอกลวงผู้เสียหายให้จ่ายเงินเท่านั้น จะถือว่าจำเลยไม่มีเจตนากระทำผิดตามป.อ. มาตรา 143 หาได้ไม่.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.143

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 143 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 143, 83 ให้จำคุก 3 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยมีเจตนาเพียงหลอกเอาเงินจากผู้เสียหายเท่านั้น จึงขาดเจตนากระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 143 พิพากษายกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "โจทก์ได้บรรยายฟ้องไว้ชัดแจ้งว่า จำเลยกับพวกได้บังอาจร่วมกันเรียกเงินจำนวน 30,000 บาท จากนางสาวสีอนุ ราชา ผู้เสียหายเป็นการตอบแทนในการที่จำเลยกับพวกจะจูงใจร้อยตำรวจโทสนธยา ใหญ่ไร้บาง พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลสามเสนด้วยวิธีอันทุจริตให้ร้อยตำรวจโทสนธยา ใหญ่ไร้บาง กระทำการในหน้าที่พนักงานสอบสวนให้ไม่ดำเนินคดีกับนายณัฐธิวุฒิ ช่วงชุณหสองสามีผู้เสียหายเห็นว่า เป็นการบรรยายฟ้องให้เห็นถึงการกระทำและเจตนาของจำเลยว่าจำเลยเจตนาเรียกเอาเงินจากผู้เสียหายเป็นค่าตอบแทนในการที่จำเลยอ้างว่าจะจูงใจเจ้าพนักงานไม่ให้ดำเนินคดีกับสามีผู้เสียหาย และปล่อยตัวให้หลุดพ้นจากคดีข้อหาลักทรัพย์ อันถือได้ว่าเป็นการบรรยายฟ้องครบองค์ประกอบแห่งความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143 แล้ว ส่วนการที่จำเลยจะได้ไปติดต่อหรือจูงใจเจ้าพนักงานหรือไม่ มิใช่องค์ประกอบแห่งความผิดอันต้องบรรยายในฟ้องสำหรับการบรรยายฟ้องในตอนต้นที่ว่า จำเลยกับพวกบังอาจใช้อุบายหลอกลวงผู้เสียหายโดยเอาความเท็จมากล่าวว่า จำเลยรู้จักกับเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจนครบาลสามเสน สามารถวิ่งเต้นพนักงานสอบสวนให้สามีผู้เสียหายหลุดพ้นจากคดีได้นั้น เป็นการกล่าวถึงพฤติการณ์แห่งการกระทำผิดของจำเลยว่าได้เอาความเท็จมากล่าวเพื่อหลอกลวงผู้เสียหายให้จ่ายเงินเป็นการตอบแทนจำเลยกับพวกในการจะจูงใจเจ้าพนักงาน จะถือว่าจำเลยไม่มีเจตนาในการกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143 หาได้ไม่" พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 960/2534 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นาย อิทธิพล กาว รร ณ ธง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นาย อิทธิพล กาว รร ณ ธง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ก้าน อันนานนท์ · อากาศ บำรุงชีพ · อุดม เฟื่องฟุ้ง
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2530/2527ฎีกา 423/2522ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 729/2483ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 3237/2543ฎีกา 884/2484ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2292/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ