⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 423/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 423/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143 หากบุคคลที่อ้างว่าเป็นเจ้าพนักงานนั้น แท้จริงแล้วไม่มีหน้าที่ตามที่กล่าวอ้าง และการกระทำดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวข้องกับหน้าที่โดยตรงของบุคคลนั้น

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเรียกร้องเงินจาก ต. ช. และ จ. โดยอ้างว่าบัญชีของบุคคลดังกล่าวผิดและใบเสร็จรับเงินไม่ลงชื่อผู้รับเงิน จำเลยจะเอาเงินไปให้ ป. ซึ่งเป็นผู้ช่วยสรรพากรจังหวัดไม่ให้ไปตรวจสอบ ต. จึงมอบเงิน 2,000 บาท ให้จำเลยไป ดังนี้ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ป. ไม่มีหน้าที่ตรวจสอบแต่ทำหน้าที่ธุรการ ดังนั้นหน้าที่ตรวจสอบบัญชีจึงหาใช่หน้าที่โดยตรงอันสืบเนื่องมาจากการเป็นผู้ช่วยสรรพากรจังหวัดของ ป. ซึ่งทำหน้าที่ธุรการไม่ ป.จึงไม่ใช่เจ้าพนักงานที่จำเลยจะพึงให้กระทำการหรือไม่กระทำการในหน้าที่ คือตรวจสอบบัญชีอันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลใด อันเป็นองค์ประกอบแห่งความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143 ได้ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามบทกฎหมายดังกล่าว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.143

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นผู้รับจ้างทำบัญชีร้านค้าของนายเตียวพงษ์ แซ่เจียง นายจั้ว แซ่ตั้ง และนายซังสุน แซ่ตัน เมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๑๗ เวลากลางวัน จำเลยบอกคนทั้งสามว่านายประกอบ อินทรนุตปิ่นบุญ ผู้ช่วยสรรพากรจังหวัดศรีสะเกษจะมาตรวจบัญชีร้านค้าให้เตรียมบัญชีและใบเสร็จรับเงินไว้ ต่อมาวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๗ เวลากลางวัน จำเลยได้ดูใบเสร็จรับเงินร้านค้าของบุคคลดังกล่าวแล้วบอกว่าใบเสร็จผิดเพราะไม่ได้ระบุในใบเสร็จว่าขายสินค้าให้ผู้ใด บุคคลดังกล่าวว่าจะทำอย่างไร จำเลยบอกว่าให้แต่ละคนนำเงินใส่ซองแล้วตนจะนำไปให้นายประกอบผู้ช่วยสรรพากรจังหวัดศรีสะเกษซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย เพื่อช่วยเหลือโดยละเว้นไม่ตรวจใบเสร็จรับเงินที่ผิดพลาด และในวันเดียวกันนี้นายเตียวพงษ์ได้ให้เงิน ๒,๐๐๐ บาทแก่จำเลยเพื่อนำไปให้นายประกอบ แต่จำเลยได้เอาเงินดังกล่าวเป็นประโยชน์ส่วนตัว ไม่ได้ช่วยเหลือแต่ประการใด ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๓ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๓ จำคุก ๒ ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยเรียกร้องเงินจากนายเตียวพงษ์ นางซังสุน และนายจั้วโดยอ้างว่าบัญชีของบุคคลดังกล่าวผิด และใบเสร็จรับเงินไม่ลงชื่อผู้รับเงิน จำเลยจะเอาเงินไปให้นายประกอบผู้ช่วยสรรพากรจังหวัดศรีสะเกษไม่ให้ไปตรวจสอบ ที่สุดนายเตียวพงษ์มอบเงิน ๒,๐๐๐ บาท ให้จำเลย ปัญหาว่าการกระทำของจำเลยดังกล่าวดังกล่าวเป็นความผิดตามฟ้องโจทก์หรือไม่นั้น วินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความจากนายประกอบว่าตนไม่มีหน้าที่ตรวจสอบ วินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความจากนายประกอบว่าตนไม่มีหน้าที่ตรวจสอบ ตนทำหน้าที่ธุรการ ดังนั้นหน้าที่ตรวจสอบบัญชีจึงหาใช่หน้าที่โดยตรงอันสืบเนื่องมาจากการเป็นผู้ช่วยสรรพากรจังหวัดของนายประกอบซึ่งทำหน้าที่ธุรการไม่ นายประกอบจึงไม่ใช่เจ้าพนักงานที่จำเลยจะพึงให้กระทำการหรือไม่กระทำการในหน้าที่ คือตรวจสอบอันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลใดอันเป็นองค์ประกอบแห่งความผิดตามความในมาตรา ๑๔๓ ได้ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามฟ้อง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 423/2522 พนักงานอัยการจังหวัดศรีสะเกษ โจทก์ นายอุตส่าห์ เยาวนารถ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดศรีสะเกษ · ล. - นายอุตส่าห์ เยาวนารถ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิทูร เทพพิทักษ์ · เพียร ศรีอรุณ · ไพบูลย์ ไวกาสี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - นายสันติ โภคารัตนานันท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายไพบูลย์ เพียรรู้จบ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 130/2528ฎีกา 5174/2533ฎีกา 563/2555ฎีกา 1312/2504ฎีกา 1332/2537ฎีกา 537/2523ฎีกา 661/2554ฎีกา 1123/2509ฎีกา 511/2516ฎีกา 2354/2522ฎีกา 3100/2532ฎีกา 196/2537ฎีกา 1248/2505ฎีกา 2715/2531ฎีกา 971/2508ฎีกา 988/2551ฎีกา 960/2534ฎีกา 4586/2531ฎีกา 4250/2531ฎีกา 2077/2560ฎีกา 2631/2534ฎีกา 334/2526ฎีกา 4846/2536ฎีกา 7695/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา