⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4250/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4250/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยเบียดบังเงินของหน่วยงานของรัฐไปนั้น จะต้องมีการพิสูจน์ให้ชัดแจ้งว่าจำเลยได้กระทำความผิดในแต่ละกรรมเป็นจำนวนเท่าใด หากไม่สามารถพิสูจน์ได้ครบถ้วนทุกกรรมตามฟ้อง ก็ให้ลงโทษจำเลยได้เพียงกรรมเดียว.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยเบียดบังเงินของสุขาภิบาลรวม 9 ครั้ง รวมเป็นเงิน 90,000 บาทเศษ ทางพิจารณากลับปรากฏว่า นอกจากเงินของสุขาภิบาลจะขาดบัญชีไป 9 รายการตามฟ้องโจทก์แล้วยังมีเงินเกินบัญชีอีก 24 รายการ เป็นจำนวนเงิน 70,000 บาทเศษ คงเหลือเงินที่ขาดบัญชีไปเพียง 24,843.97 บาทเท่านั้น โจทก์มิได้นำสืบให้เห็นอย่างชัดแจ้งว่าจำนวนเงินที่ขาดบัญชีนี้จำเลยได้เบียดบังไปจากสุขาภิบาลตามฟ้องโจทก์ข้อใด เป็นจำนวนเท่าใดจึงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้กระทำความผิดทุกกรรมตามฟ้องโจทก์ คงลงโทษจำเลยได้เพียงกระทงเดียว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.143

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำแหน่งเสมียนตราอำเภอ อำเภอตากฟ้า จังหวัดนครสวรรค์ ได้รับคำสั่งแต่งตั้งให้ทำหน้าที่สมุหบัญชีสุขาภิบาลตากฟ้า จำเลยได้กระทำผิดต่อกฎหมายหลายกรรมโดยเบียดบังเงินของสุขาภิบาลตากฟ้าเป็นของตนหรือของผู้อื่นโดยทุจริต อันเป็นการปฏิบัติและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ รวม ๙ ครั้ง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๗, ๑๕๑, ๑๕๗, ๙๑ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๗, ๙๑ รวม ๘ กระทง ให้จำคุกกระทงละ ๕ ปี รวมจำคุก ๔๐ ปี ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลย ๒๖ ปี ๘ เดือน คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยมิได้ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ โดยมีเจตนาเบียดบังเงินของสุขาภิบาลตากฟ้าเป็นของตนโดยเจตนาทุจริต แล้ววินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยเบียดบังเงินของสุขาภิบาลตากฟ้ารวม ๙ ครั้งตามฟ้องข้อ (ก) ถึง (ฌ) รวมเป็นเงิน ๙๐,๐๐๐ บาทเศษ ทางพิจารณากลับปรากฏว่า นอกจากเงินของสุขาภิบาลตากฟ้าจะขาดบัญชีไป ๙ รายการตามฟ้องโจทก์แล้ว ยังมีเงินที่เกินบัญชีอีก ๒๔ รายการเป็นจำนวนเงิน ๗๐,๐๐๐ บาทเศษ คงเหลือเงินที่ขาดบัญชีไปเพียง ๒๔,๘๔๓.๙๗ บาทเท่านั้น โจทก์มิได้นำสืบให้เห็นอย่างชัดแจ้งว่าจำนวนเงินที่ขาดบัญชีนี้ จำเลยได้เบียดบังไปจากสุขาภิบาลตากฟ้าโจทก์ข้อใดเป็นจำนวนเท่าใด จึงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้กระทำความผิดทุกกรรมตามฟ้องโจทก์ ข้อเท็จจริงคงฟังได้แต่เพียงว่าในระหว่างวันเวลาตามฟ้อง จำเลยได้เบียดบังเงินจำนวน ๒๔,๘๔๓.๙๗ บาท ของสุขาภิบาลตากฟ้าเป็นของตนโดยทุจริต และลงโทษจำเลยได้เพียงกระทงเดียวเท่านั้น พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๗ ที่แก้ไขแล้ว ให้จำคุก ๕ ปี คำให้การของจำเลยต่อพนักงานตรวจเงินแผ่นดิน และทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๓ ปี ๔ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4250/2531 พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ โจทก์ นายสนธยา กะเหล็งเปา ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ · ล. - นายสนธยา กะเหล็งเปา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประชา บุญวนิช · ดุสิต วราโห · เสริมพงศ์ วรยิ่งยง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายวัล ติงสมิตร · ศาลอุทธรณ์ - นายสุทธิ นิชโรจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9114/2552ฎีกา 3345/2535ฎีกา 681/2491ฎีกา 423/2522ฎีกา 4180/2548ฎีกา 712/2559ฎีกา 5305/2539ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1220/2510ฎีกา 620/2490ฎีกา 1368/2509ฎีกา 1666/2521ฎีกา 1294/2509ฎีกา 8297/2540ฎีกา 884/2484ฎีกา 4519/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา