⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1312/2504

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1312/2504

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่โจทก์บรรยายฟ้องและที่ปรากฏตามทางพิจารณาแตกต่างกัน หากข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามทางพิจารณาเป็นความผิดตามกฎหมาย แต่โจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องในความผิดนั้น ศาลจะลงโทษจำเลยในความผิดที่ไม่ได้บรรยายฟ้องไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

บรรยายฟ้องว่าจำเลยเรียกเงินจากบุคคลอื่นเพื่อนำมอบให้แก่ตำรวจผู้จะจับเป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจตำรวจไม่ให้จับบุคคลอื่น อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143 แต่ทางพิจารณาได้ความว่าเป็นเรื่องตำรวจผู้จะจับใช้จำเลยไปเรียกเงินจากบุคคลอื่น เพื่อจะงดเว้นการจับกุม เมื่อจำเลยไปเรียกเงินก็เป็นผิดฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 149 เมื่อโจทก์ไม่บรรยายฟ้องฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานทุจริตมา ก็ลงโทษจำเลยไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.86 ประมวลกฎหมายอาญา ม.143 ประมวลกฎหมายอาญา ม.149

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเรียกเงินจากนายสวนกับพวกซึ่งตัดไม้หวงห้ามไม่รับอนุญาต เพื่อมอบให้แก่ตำรวจผู้จะจับเป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจตำรวจไม่ให้จับ และคืนไม้ที่จับให้ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๓ จำเลยปฏิเสธ ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยไม่บอกนายสวนกับพวกให้นำเงินไปให้ตำรวจผู้จะจับจริง แต่เป็นเรื่องตำรวจใช้จำเลยไป ไม่ใช่จำเลยเป็นผู้ไปเรียกเงินให้ตำรวจเอง จำเลยจึงมิได้เจตนาเรียกเงินดังฟ้อง จะว่าจำเลยสมรู้กับตำรวจก็ไม่ถนัด เพราะนายสวนกับพวกเอาเงินไปให้ตำรวจเอง พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คดีฟังได้ว่าจำเลยเรียกเงินจากนายสวนกับพวกให้ตำรวจเป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจหรือจูงใจตำรวจจริง พิพากษากลับว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๓ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า พยานโจทก์เองว่าจำเลยมาพูดว่าตำรวจให้จำเลยมาบอกให้เอาเงินไปให้ตำรวจ จะคืนไม้ให้ ไม่ส่งอำเภอ นายสวนกับพวกก็เอาเงินไปให้ตำรวจเอง แต่ฟ้องโจทก์กลับบรรยายว่าจำเลยเรียกเงินจากนายสวนกับพวกเป็นการตอบแทนที่จำเลยจะจูงใจหรือได้จูงใจตำรวจให้กระทำผิดหน้าที่ อันเป็นความผิดตามกฎหมายต่างบทต่างฐานกัน คือ การกระทำของจำเลยตามคำพยานโจทก์ เป็นการสนับสนุนในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๙ อันเป็นความผิดฐานเจ้าพนักงานทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการของตน แต่โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยเรียกเงินเพื่อให้ตำรวจเป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจหรือได้จูงใจเจ้าพนักงานไม่ให้กระทำตามหน้าที่ จึงลงโทษจำเลยตามฟ้องโจทก์ไม่ได้ พิพากษากลับ ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1312/2504 อัยการจังหวัดสุพรรณบุรี โจทก์ นายหลอม สุขสำราญ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดสุพรรณบุรี · จำเลย - นายหลอม สุขสำราญ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จิตติ ติงศภัทิย์ · ประกอบ หุตะสิงห์ · เชื้อ คงคากุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายปสพ นพรัมภา · ศาลอุทธรณ์ - นายวงษ์ วีระพงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5182/2559ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 423/2522ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 130/2528ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 2108/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา