⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5174/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5174/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่มุ่งหวังจะจูงใจให้เจ้าพนักงานกระทำการหรือไม่กระทำการในหน้าที่โดยอาศัยตำแหน่งหน้าที่ราชการ ต้องเป็นการกระทำที่เจ้าพนักงานนั้นมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องโดยตรง.

ย่อคำพิพากษา

จ.สามีล.ที่จำเลยที่ 2 พาน.ไปติดต่อเพื่อจะขอให้ช่วยวิ่งเต้นให้ น.ชนะคดีในชั้นอุทธรณ์ไม่ได้เป็นผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ จ.จึงไม่ใช่เจ้าพนักงานที่ ล.หรือจำเลยคนหนึ่งคนใดจะพึงจูงใจให้กระทำการ หรือไม่กระทำการในหน้าที่โดยพิพากษาคดีในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลใดอันเป็นองค์ประกอบของความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143 ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.143

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143, 83 จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 143, 83 จำคุกคนละ 1 ปี ลดโทษให้คนละหนึ่งในสามตามมาตรา 78 คงจำคุกคนละ 8 เดือน จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายโดยฟังข้อเท็จจริงยุติว่า เมื่อพ.ศ. 2526 นางเนี่ยม ได้เป็นโจทก์ฟ้องเรียกที่ดินคืนจากนางประนอม บุตรสาว ต่อศาลจังหวัดอุทัยธานี แล้วทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้ ศาลจังหวัดอุทัยธานีจึงพิพากษาคดีไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ต่อมานางประนอมยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดอุทัยธานีว่า นางเนี่ยมไม่ปฏิบัติตามสัญญายอม ศาลจังหวัดอุทัยธานีพิจารณาแล้วมีคำสั่งเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2526 ว่า นางเนี่ยมเป็นฝ่ายผิดสัญญาประนีประนอมยอมความนางเนี่ยมอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวแล้วได้ไปถามจำเลยที่ 2 ว่า จำเลยที่ 2 รู้จักผู้พิพากษาคนใดที่กรุงเทพมหานครเพื่อจะขอให้ช่วยวิ่งเต้นให้นางเนี่ยมชนะคดีในชั้นศาลอุทธรณ์บ้าง จำเลยที่ 2 จึงพานางเนี่ยมไปพบนางลำปางภริยาผู้พิพากษาที่ชื่อเจริญ ที่บ้านแขวงตลิ่งชัน กรุงเทพมหานครเมื่อนางลำปางบอกว่านายเจริญสามีของตนจะช่วย นางเนี่ยมจึงมอบเงินจำนวน 4,000 บาท ให้นางลำปางไว้เป็นค่าใช้จ่ายต่อมาประมาณวันที่ 4 มิถุนายน 2528 จำเลยที่ 2 นำข้อความอันเป็นเท็จไปบอกนางเนี่ยมว่า นางลำปางมีจดหมายมาบอกให้นางเนี่ยมส่งเงินค่าวิ่งเต้นไปให้อีก 6,000 บาท นางเนี่ยมหลงเชื่อจึงมอบเงินที่มีอยู่ในขณะนั้นให้จำเลยที่ 2 ไปจำนวน 1,000บาท ต่อมาวันที่ 6 มิถุนายน 2528 นางเนี่ยมจึงมอบเงินที่ยืมมาได้จากนางสมนึกน้องสาวของตน และจากนายทองอินทร์ ทนายความให้จำเลยทั้งสองไปอีก 5,000 บาท มีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดตามฟ้องหรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่าตามพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบปรากฏว่า นายเจริญสามีนางลำปางที่จำเลยที่ 2 พานางเนี่ยมไปติดต่อเพื่อจะขอให้ช่วยวิ่งเต้นให้นางเนี่ยมชนะคดีในชั้นอุทธรณ์นั้นมิได้เป็นผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ นายเจริญจึงไม่ใช่เจ้าพนักงานที่ นางลำปางหรือจำเลยคนหนึ่งคนใดจะพึงจูงใจให้กระทำการหรือไม่กระทำการในหน้าที่คือพิพากษาคดีในชั้นศาลอุทธรณ์ให้เป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลใดอันเป็นองค์ประกอบของความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143ได้ยิ่งกว่านั้นข้อเท็จจริงก็ปรากฏโดยแจ้งชัดจากคำเบิกความของนางเนี่ยมพยานโจทก์ว่ากรณีเป็นเรื่องจำเลยที่ 2 หลอกลวงนางเนี่ยมด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ เพื่อให้นางเนี่ยมมอบเงินให้จำเลยที่ 2 ความจริงทางฝ่ายนางลำปางมิได้มีจดหมายมาเรียกเงินจากนางเนี่ยม และจำเลยทั้งสองหาได้เรียกหรือรับเงินจากนางเนี่ยมเป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจหรือได้จูงใจนายเจริญให้กระทำการหรือไม่กระทำการในหน้าที่ให้เป็นคุณแก่นางเนี่ยมแต่อย่างใดไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5174/2533 พนักงานอัยการ จังหวัด อุทัยธานี โจทก์ จ่าสิบตำรวจ ประกาศิต คำ สืบ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด อุทัยธานี · จำเลย - จ่าสิบตำรวจ ประกาศิต คำ สืบ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมศักดิ์ วิธุรัติ · เสียง ตรีวิมล · บุญศรี กอบบุญ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 423/2522ฎีกา 130/2528ฎีกา 563/2555ฎีกา 1312/2504ฎีกา 1332/2537ฎีกา 537/2523ฎีกา 661/2554ฎีกา 1123/2509ฎีกา 511/2516ฎีกา 2354/2522ฎีกา 3100/2532ฎีกา 196/2537ฎีกา 1248/2505ฎีกา 2715/2531ฎีกา 971/2508ฎีกา 988/2551ฎีกา 960/2534ฎีกา 4586/2531ฎีกา 4250/2531ฎีกา 2077/2560ฎีกา 2631/2534ฎีกา 334/2526ฎีกา 4846/2536ฎีกา 7695/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา