⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 563/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 563/2555

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทและฐานเรียกรับทรัพย์สินเพื่อจูงใจเจ้าพนักงานให้กระทำการโดยมิชอบ เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยใส่ความผู้เสียหายที่ 1 ต่อผู้เสียหายที่ 3 และใส่ความผู้เสียหายที่ 1 ต่อผู้เสียหายที่ 4 ในแต่ละครั้ง ก็โดยเจตนาเพื่อเรียกเงินจากผู้เสียหายที่ 3 และที่ 4 นั่นเอง ความผิดฐานหมิ่นประมาทกับฐานเรียกรับหรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจหรือได้จูงใจเจ้าพนักงานโดยวิธีทุจริตหรือผิดกฎหมายหรือโดยอิทธิพลของตน ให้กระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลใดที่จำเลยกระทำต่อผู้เสียหายที่ 3 และที่ 4 ในแต่ละครั้งจึงเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท มิใช่ความผิดต่างกรรมกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.143 ประมวลกฎหมายอาญา ม.326

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 143, 326 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143, 326 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานหมิ่นประมาท จำคุก 2 เดือน ฐานเรียกรับหรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจหรือได้จูงใจเจ้าพนักงานโดยวิธีทุจริตหรือผิดกฎหมายหรือโดยอิทธิพลของตน ให้กระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลใดจำคุกกระทงละ 2 ปี รวม 3 กระทง เป็นจำคุก 6 ปี รวมโทษจำคุก 6 ปี 2 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ไม่ครบองค์ประกอบความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143 นั้น เห็นว่า เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่ยุ่งยาก และการวินิจฉัยข้อกฎหมายดังกล่าวไม่มีผลเปลี่ยนแปลงคำวินิจฉัยของศาลล่างทั้งสอง ส่วนฎีกาที่ว่า พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบไม่สามารถให้รับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งศาลล่างทั้งสองได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงดังกล่าวไว้ชอบด้วยเหตุผลแล้ว และไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำวินิจฉัยของศาลล่างทั้งสอง ฎีกาของจำเลยจึงไม่เป็นสาระอันควรแก่การพิจารณา ศาลฎีกาไม่รับคดีไว้พิจารณาพิพากษา ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 219 วรรคสอง และพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 23 วรรคหนึ่ง อนึ่ง ข้อเท็จจริงได้ความว่า การที่จำเลยใส่ความผู้เสียหายที่ 1 ต่อผู้เสียหายที่ 3 และใส่ความผู้เสียหายที่ 1 ต่อผู้เสียหายที่ 4 ในแต่ละครั้ง ก็โดยเจตนาเพื่อเรียกเงินจากผู้เสียหายที่ 3 และที่ 4 นั่นเอง ความผิดฐานหมิ่นประมาทกับฐานเรียกรับหรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจหรือได้จูงใจเจ้าพนักงานโดยวิธีทุจริตหรือผิดกฎหมายหรือโดยอิทธิพลของตน ให้กระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลใดที่จำเลยกระทำต่อผู้เสียหายที่ 3 และที่ 4 ในแต่ละครั้งจึงเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท มิใช่ความผิดต่างกรรมกัน ดังที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลย ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยมิได้ฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐานหมิ่นประมาทและความผิดฐานเรียกรับหรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจหรือได้จูงใจเจ้าพนักงานโดยวิธีทุจริตหรือผิดกฎหมายหรือโดยอิทธิพลของตน ให้กระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลใดที่จำเลยกระทำต่อผู้เสียหายที่ 3 และที่ 4 เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานเรียกรับหรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจหรือได้จูงใจเจ้าพนักงานโดยวิธีทุจริตหรือผิดกฎหมายหรือโดยอิทธิพลของตน ให้กระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลใดซึ่งเป็นบทหนัก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 รวมโทษทุกกระทงแล้วคงจำคุกจำเลย 6 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 563/2555 พนักงานอัยการจังหวัดศรีสะเกษ โจทก์ นายเชิดชาย คำพิหล้า จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดศรีสะเกษ · จำเลย - นายเชิดชาย คำพิหล้า
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิรุฬห์ แสงเทียน · ปดารณี ลัดพลี · ฉัตรไชย จันท์พรายศรี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - นายเทิดทูล ภาสะฐิติ · ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายสถิตย์ อรรถบลยุคล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.6198/2553

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7217/2544ฎีกา 1514/2532ฎีกา 423/2522ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 106/2506ฎีกา 7651/2552ฎีกา 5305/2539ฎีกา 130/2528ฎีกา 2100/2540ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1774/2536ฎีกา 1715/2545ฎีกา 633/2540ฎีกา 1398/2506ฎีกา 3911/2568ฎีกา 1331/2523ฎีกา 5487/2548ฎีกา 7281/2537ฎีกา 1666/2521ฎีกา 1499/2531ฎีกา 9435/2554ฎีกา 1105/2519ฎีกา 7194/2539ฎีกา 3310/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา