⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 196/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 196/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การให้เงินแก่บุคคลอื่นเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการหาทนายความและดำเนินการขอปล่อยชั่วคราวบุตร ไม่ถือเป็นการให้สินบนแก่เจ้าพนักงาน เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่ามีเจตนาให้เจ้าพนักงานกระทำการหรือไม่กระทำการโดยทุจริต

ย่อคำพิพากษา

จำเลยพูดขอเงินจากโจทก์ร่วมจำนวน 600,000 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการประกันตัวบุตรของโจทก์ร่วมและจำเลยจะหาทนายความให้โจทก์ร่วมต่อรองจำนวนเงินลงเหลือ 400,000 บาท จำเลยตกลง ข้อเท็จจริงดังกล่าวฟังได้เพียงว่าโจทก์ร่วมให้เงินจำเลยเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายของจำเลยในการที่จะหาทนายความให้บุตรของโจทก์ร่วม และเป็นค่าใช้จ่ายในการขอปล่อยชั่วคราวบุตรของโจทก์ร่วมเท่านั้น ยังฟังไม่ได้แน่ชัดว่าโจทก์ร่วมให้เงินจำเลยนำเงินไปให้เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการปล่อยชั่วคราวเพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่โดยทุจริต ถือไม่ได้ว่าโจทก์ร่วมกับจำเลยจะนำสินบนไปให้เจ้าพนักงานอันเป็นการใช้ให้จำเลยกระทำผิด โจทก์ร่วมย่อมเป็นผู้เสียหายตามกฎหมาย ความผิดอันยอมความกันได้ ถ้าผู้เสียหายมิได้ร้องทุกข์ภายในกำหนดสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดเป็นอันขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นมาวินิจฉัยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.96 ประมวลกฎหมายอาญา ม.143

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2532 ถึงต้นเดือนเมษายน 2533 เวลากลางวันและกลางคืนติดต่อกัน จำเลยได้ฉ้อโกงนางบุญมี สามารถยุทธ ผู้เสียหาย โดยหลอกลวงว่า จำเลยสามารถติดต่อให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวนายสมชาย สามารถยุทธ บุตรผู้เสียหายให้ออกมาจากเรือนจำได้ ซึ่งความจริงแล้วจำเลยไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องรวมทั้งไม่สามารถและไม่มีเจตนาที่จะดำเนินการในเรื่องดังกล่าวการกระทำของจำเลยเป็นเหตุให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและมอบเงินจำนวน300,000 บาท ให้แก่จำเลยไป เหตุเกิดที่แขวงพระบรมมหาราชวังเขตพระนคร และแขวงบางยี่ขัน เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานครเกี่ยวพันกัน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341และสั่งให้จำเลยคืนเงินจำนวน 300,000 บาท แก่ผู้เสียหาย ระหว่างพิจารณา นางบุญมี สามารถยุทธ ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ให้ลงโทษจำคุก 2 ปี ให้จำเลยคืนเงินจำนวน 300,000 บาท แก่ผู้เสียหายด้วย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์และโจทก์ร่วมฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ร่วมเบิกความว่า จำเลยพูดขอเงินจากโจทก์ร่วมจำนวน 600,000 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการประกันตัวบุตรของโจทก์ร่วมและจำเลยจะหาทนายความให้ โจทก์ร่วมต่อรองจำนวนเงินลงเหลือ 400,000 บาท จำเลยตกลง คำเบิกความของโจทก์ร่วมดังกล่าวฟังได้เพียงว่า โจทก์ร่วมให้เงินจำเลยเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายของจำเลยในการที่จะหาทนายความให้บุตรของโจทก์ร่วม และเป็นค่าใช้จ่ายในการขอปล่อยชั่วคราวบุตรโจทก์ร่วมในระหว่างอุทธรณ์ ยังฟังไม่ได้แน่ชัดว่าโจทก์ร่วมให้เงินจำเลยไปเพื่อให้จำเลยนำเงินไปให้แก่เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่โดยทุจริตตามพฤติการณ์น่าจะเป็นว่าจำเลยหลอกลวงโจทก์ร่วมเพื่อต้องการได้เงินจากโจทก์ร่วมเท่านั้น จึงถือไม่ได้ว่าโจทก์ร่วมกับจำเลยจะนำสินบนไปให้เจ้าพนักงานอันเป็นการใช้ให้จำเลยกระทำผิด โจทก์ร่วมย่อมเป็นผู้เสียหายตามกฎหมายมีสิทธิร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีแก่จำเลยได้ ฎีกาของโจทก์และโจทก์ร่วมฟังขึ้น การที่โจทก์ร่วมรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดไม่เกินวันที่ 15 มีนาคม 2533 แต่ไปร้องทุกข์เมื่อวันที่ 27มิถุนายน 2533 ซึ่งเกินกำหนดสามเดือนจึงขาดอายุความ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ปัญหาข้อกฎหมายข้อนี้แม้จำเลยจะมิได้ฎีกาเพราะศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง แต่จำเลยได้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้มาตั้งแต่ในศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ทั้งเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจหยิบยกขึ้นมาวินิจฉัยได้ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาเห็นด้วยในผล พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 196/2537 พนักงานอัยการ กองคดี ศาลแขวง ดุสิต โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นาง บุญ มี สามารถ ยุ ทธ โจทก์ นาย เฉลิม พล รัชตารมย์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กองคดี ศาลแขวง ดุสิต · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นาง บุญ มี สามารถ ยุ ทธ · จำเลย - นาย เฉลิม พล รัชตารมย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชูชาติ ศรีแสง · สวิน อักขรายุธ · วินัย วิมลเศรษฐ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 2530/2527ฎีกา 423/2522ฎีกา 7651/2552ฎีกา 8080/2538ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 130/2528ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 2252/2560ฎีกา 3814/2549ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7201/2568
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา