⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 971/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 971/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้เสียหายที่ใช้ให้ผู้อื่นไปกระทำความผิด ไม่อาจถือเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยที่จะมีสิทธิร้องทุกข์ในความผิดต่อส่วนตัวได้ แต่พนักงานอัยการย่อมมีอำนาจฟ้องคดีอาญาแผ่นดินได้.

ย่อคำพิพากษา

บุตรผู้เสียหายต้องหาว่าลักทรัพย์บุคคลอื่น จำเลยซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านรับจะช่วยเหลือให้หลุดพ้นแต่ต้องให้เงินแก่จำเลยเพื่อเอาไปให้พนักงานสอบสวน ผู้เสียหลงเชื่อจึงให้เงินแก่จำเลย โดยประสงค์ที่จะให้บุตรของตนไม่ต้องรับโทษนั้น เข้าลักษณะเป็นการที่ผู้เสียหายใช้ให้จำเลยไปกระทำผิด จึงมิใช่ผู้เสียหายที่จะมีสิทธิร้องทุกข์ให้เจ้าพนักงานนำคดีขึ้นว่ากล่าวในความผิดฐานฉ้อโกงอันเป็นความผิดต่อส่วนตัวได้ แต่พนักงานอัยการย่อมมีสิทธิดำเนินคดีขอให้ลงโทษจำเลยฐานเรียกเอาเงินเพื่อจะเอาไปจูงใจเจ้าพนักงานโดยวิธีทุจริตหรือผิดกฎหมายหรือโดยอิทธิพลของจำเลย เพื่อไม่ให้กระทำการอันเป็นโทษแก่บุตรผู้เสียหาย ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 143 อันเป็นความผิดต่ออาญาแผ่นดินได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.84 ประมวลกฎหมายอาญา ม.143 ประมวลกฎหมายอาญา ม.341 ประมวลกฎหมายอาญา ม.351

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นผู้ใหญ่บ้าน ได้บอกกับนางตุ้งหลิงวิไลย ว่านายสำรองบุตรชายนายตุ้งหลิงไปลักตัดใบข้าวของนายหยัด จำเลยรับจะช่วยเหลือ เพราะคุ้ยเคยกับพนักงานสอบสวนแต่ต้องให้เงินจำเลย ๘๐๐ บาท เพื่อจะเอาไปให้พนักงานสอบสวนเจ้าของเรื่องช่วยเหลือ นางตุ้งหลิงลงเชื่อมอบเงิน ๘๐๐ บาทให้ จำเลยรับไป โดยจำเลยมิได้ช่วยเหลือประการใด ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๔๓,๓๔๑ กับให้จำเลยคืน หรือใช้เงิน ๘๐๐ บาทแก่ผู้เสียหายด้วย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นเชื่อว่าจำเลยได้กระทำผิดดังฟ้อง พิพากษาให้ลงโทษจำคุกจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๔๓ ซึ่งเป็นบทหนัก โดยให้จำคุกจำเลยไว้ ๘ เดือน ส่วนเงินที่ผู้เสียหายให้จำเลยไป ๘๐๐ บาทนั้น โจทก์ไม่มีอำนาจขอให้จำเลยคืนหรือใช้แก่ผู้เสียหาย จึงให้ยกคำขอนี้เสีย จำเลยฝ่ายเดียวอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า พยานโจทก์ยังไม่เป็นหลักฐานมั่นคง พยานจำเลยนำสืบตามข้อต่อสู้มีเหตุน่าเชื่อว่าเป็นความจริง พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า การกระทำของผู้เสียหายในคดีนี้เป็นการร่วมกระทำกับจำเลยในการที่จะนำเงินไปให้เจ้าพนักงาน และการที่ผู้เสียหายกระทำไปนั้นก็โดยประสงค์ที่จะให้บุตรของตนไม่ต้องโทษ เข้าลักษณะเป็นการที่ผู้เสียหายใช้ให้จำเลยไปกระทำผิดตามบทบัญญัติในมาตรา ๘๔ แห่งประมวลกฎหมายอาญา โจทก์จึงมิใช่ผู้เสียหายที่จะมีสิทธิร้องทุกข์ขอให้เจ้าพนักงานนำคดีขึ้นว่ากล่าวในความผิดฐานฉ้อโกงอันเป็นความผิดต่อส่วนตัวได้ ฟ้องขอโจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยฐานฉ้อโกงตามมาตรา ๓๔๑ ศาลไม่อาจรับพิจารณาให้ได้ ส่วนข้อหาของโจทก์ที่จะให้ลงโทษจำเลยฐานเรียกเอาเงินเพื่อจะเอาไปจูงใจเจ้าพนักงานโดยวิธีทุจริตหรือผิดกฎหมายหรือโดยอิทธิพลของจำเลย เพื่อไม่ให้กระทำการอันเป็นโทษแก่บุตรผู้เสียหายนั้น โจทก์ขอให้ลงโทษตามมาตรา ๑๕๓ อันเป็นความผิดต่ออาญาแผ่นดินและเป็นความผิดคนละบทมาตราคนละฐานกับความผิดฐานฉ้อโกง พนักงานอัยการย่อมีสิทธิดำเนินคดีฟ้องร้องขอให้ลงโทษจำเลยได้ ด้วยเหตุดังวินิจฉัยมา ศาลฎีกาจึงพิพากษากลับว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๔๓ ส่วนโทษนั้นคงให้ลงโทษจำคุกจำเลย ๘ เดือน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 971/2508 อัยการจังหวัดราชบุรี โจทก์ นายถนอม คุ่ยจั่น จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดราชบุรี · จำเลย - นายถนอม คุ่ยจั่น
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ห้วน ประชาบาล · เชื้อ คงคากุล · เสนอ บุณยเกียรติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดราชบุรี - นายสอน ทองเหลือง · ศาลอุทธรณ์ - นายนิคม ชัยอาญา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2593/2521ฎีกา 725/2567ฎีกา 423/2522ฎีกา 915/2566ฎีกา 5219/2531ฎีกา 712/2559ฎีกา 2303/2518ฎีกา 130/2528ฎีกา 599/2532ฎีกา 4046/2536ฎีกา 2907/2526ฎีกา 6196/2534ฎีกา 4225/2559ฎีกา 4009/2566ฎีกา 3245/2545ฎีกา 2766/2546ฎีกา 7362/2538ฎีกา 1674/2543ฎีกา 16889/2555ฎีกา 2405/2523ฎีกา 6863/2543ฎีกา 5090/2565ฎีกา 21183/2556ฎีกา 1342/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา