⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2715/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2715/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เรียกร้องเอาทรัพย์สินโดยอ้างว่าจะนำไปให้เจ้าพนักงานเพื่อช่วยเหลือให้ผู้อื่นเข้ารับราชการโดยไม่ต้องสอบคัดเลือก ถือว่าครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143 แล้ว แม้ผู้เสียหายจะไม่ได้หลงเชื่อและได้แจ้งความเพื่อจับกุมก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยเรียกร้องเอาเงินจากผู้เสียหายโดยอ้างว่าจะนำไปให้เจ้าพนักงานเพื่อช่วยเหลือให้ จ. เข้ารับราชการโดยไม่ต้องสอบคัดเลือกนั้นแม้ผู้เสียหายจะไม่หลงเชื่อคำกล่าวอ้างของจำเลย และไม่มีเจตนาจะมอบเงินให้แก่จำเลย โดยได้ไปแจ้งความแล้วนำเงินของเจ้าพนักงานตำรวจมาหลอกให้จำเลยรับไว้เป็นหลักฐานในการจับกุมก็ตาม การกระทำของจำเลยก็ครบองค์ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143 แล้ว.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.143

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันเรียกร้องเอาเงิน ๓๐,๐๐๐บาท จากนางสมใจ ปิตะโหตะระ ผู้เสียหาย โดยอ้างว่าจะนำไปมอบให้อธิบดีกรมประชาสงเคราะห์ และหัวหน้างานการสอบและประเมินบุคคล กรมประชาสงเคราะห์เพื่อช่วยเหลือให้นางสาวจุรีรัตน์ปิตะโหตะระ เข้าทำงานในกรมประชาสงเคราะห์ โดยไม่ต้องสอบคัดเลือก อันเป็นวิธีการทุจริตผิดกฎหมายและเป็นความเท็จและผู้เสียหายหลงเชื่อมอบเงินจำนวนดังกล่าวให้จำเลยทั้งสามไปขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๓, ๘๓ จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ แต่ต่อมาจำเลยที่ ๓ ถอนคำให้การเดิมและขอให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลชั้นต้นจึงให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ เพื่อให้โจทก์ไปฟ้องเป็นคดีใหม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๓ มีความผิดตามฟ้องรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งแล้วคงจำคุก ๑ ปี ๖ เดือน จำเลยที่ ๓ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๓ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๓ ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่านางสมใจ ปิตะโหตะระ ผู้เสียหาย ผู้ถูกเรียกร้องเอาเงิน ๓๐,๐๐๐บาท มิได้มีความเชื่อถือว่าจำเลยทั้งสามจะสามารถช่วยเหลือนางสาวจุรีรัตน์ ปิตะโหตะระให้เข้าทำงานในกรมประชาสงเคราะห์โดยไม่ต้องสอบคัดเลือกได้เลย และไม่เคยคิดที่จะมอบเงิน๓๐,๐๐๐ บาทให้แก่จำเลยทั้งสามแต่อย่างใด โดยได้ไปแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจ และได้ร่วมวางแผนจับกุมจำเลยทั้งสามโดยนำเงินของเจ้าพนักงานตำรวจมาหลอกให้จำเลยทั้งสามรับไว้แล้วให้ทำหนังสือรับเงินของกลางไว้เป็นหลักฐาน นางสมใจไม่มีเจตนาจะให้เงินจำนวนดังกล่าวแก่จำเลยทั้งสาม จึงถือไม่ได้ว่ามีการเรียก รับ หรือยอมจะรับเงินจากนางสมใจพิเคราะห์แล้วเห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงได้ความตามคำฟ้องของโจทก์และคำให้การรับสารภาพของจำเลยว่า จำเลยเรียกเอาเงินจำนวน ๓๐,๐๐๐ บาทจากนางสมใจผู้เสียหาย โดยอ้างว่าจะสามารถช่วยเหลือให้นางสาวจุรีรัตน์เข้าทำงานรับราชการในกรมประชาสงเคราะห์ได้โดยไม่ต้องสอบคัดเลือกโดยจำเลยจะนำเงินดังกล่าวไปให้เพื่อจูงใจและตอบแทนนายประมูล จันทรจำนงค์ อธิบดีกรมประชาสงเคราะห์ และนายสมทวี ก่อพัฒนาศิลป์หัวหน้างานการสอบและประเมินบุคคล กรมประชาสงเคราะห์การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำที่ครบองค์ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๔๓แล้ว นางสมใจผู้เสียหายจะหลงเชื่อคำกล่าวอ้างของจำเลยหรือไม่หรือมีเจตนาจะนำเงิน ๓๐,๐๐๐ บาทไปมอบให้แก่จำเลยหรือไม่ไม่ทำให้จำเลยพ้นผิดไปได้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2715/2531 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นางทัศนีย์ ช้างสีสังข์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นางทัศนีย์ ช้างสีสังข์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สัมฤทธิ์ ไชยศิริ · มาโนช เพียรสนอง · สีนวล คงลาภ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญาธนบุรี - นายชัยโรช กฤษณะโลม · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญสิน ตุลากัน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 423/2522ฎีกา 130/2528ฎีกา 5174/2533ฎีกา 563/2555ฎีกา 1312/2504ฎีกา 1332/2537ฎีกา 537/2523ฎีกา 661/2554ฎีกา 1123/2509ฎีกา 511/2516ฎีกา 2354/2522ฎีกา 3100/2532ฎีกา 196/2537ฎีกา 1248/2505ฎีกา 971/2508ฎีกา 988/2551ฎีกา 960/2534ฎีกา 4586/2531ฎีกา 4250/2531ฎีกา 2077/2560ฎีกา 2631/2534ฎีกา 334/2526ฎีกา 4846/2536ฎีกา 7695/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา