⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2631/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2631/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเรียกรับเงินเพื่อจูงใจเจ้าพนักงานให้กระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่ ถือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143 แล้ว แม้ผู้กระทำจะไม่ได้เป็นกรรมการสอบคัดเลือก หรือไม่ได้แจ้งรายละเอียดวิธีการจูงใจ หรือระบุตัวเจ้าพนักงานที่จะไปจูงใจก็ตาม การรับเงินต่างวาระกันถือเป็นความผิดคนละกรรม.

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยเรียกรับเอาเงินจาก ม. และ น. สองครั้งเพื่อช่วยเหลือให้ ส.และพ. บุตรของบุคคลทั้งสองสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนโรงเรียนพลตำรวจได้ โดยจำเลยจะนำเงินไปเป็นค่าตอบแทนเจ้าพนักงานและแพทย์ผู้มีหน้าที่ในการสอบคัดเลือกและตรวจรับบุคคลเข้าเป็นนักเรียนพลตำรวจดังกล่าว เป็นการกระทำครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143 แล้วที่จำเลยไม่ได้เป็นกรรมการสอบคัดเลือก ไม่ได้แจ้ง ม. และ น.ว่าจะช่วยเหลือบุตรของบุคคลทั้งสองให้เข้าเป็นนักเรียนพลตำรวจด้วยวิธีใด และไม่ได้แจ้งแก่บุคคลทั้งสองว่าเจ้าพนักงานที่จำเลยจะไปจูงใจเป็นใคร ระดับใด หาใช่สาระสำคัญที่จะทำให้การกระทำของจำเลยกลายเป็นไม่ครบองค์ประกอบความผิดไม่ เมื่อจำเลยรับเงินดังกล่าวไว้รวมสองครั้ง ต่างวาระกันจึงเป็นการกระทำความผิดสองกรรม.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.143

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143, 91 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 143, 91 รวม 2 กระทง วางโทษจำคุกกระทงละ 2 ปี รวมจำคุก 4 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกกระทงละ 1 ปี รวม 2 กระทงจำคุก 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายโดยฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนว่า เมื่อวันที่7 พฤศจิกายน 2529 เวลากลางวัน นายมนัส ผมหอม กับนายเนียร อยู่แก้วต้องการให้นายสายชล ผมหอม และนายพนม อยู่แก้ว บุตรของตนเข้าโรงเรียนพลตำรวจภูธร 7 จึงไปหาจำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจกองกำกับการตำรวจสันติบาลให้ช่วยเหลือและมอบเงินคนละ 15,000 บาทให้แก่จำเลย จำเลยรับจะติดต่อวิ่งเต้นให้และได้รับเงินจำนวนดังกล่าวโดยจำเลยทำเป็นสัญญากู้ยืมเงินจำนวน 30,000 บาท มอบให้นายมนัส ไว้ต่อมาเมื่อเดือนพฤษภาคม 2530 วันเวลาใดไม่ปรากฏชัดหลังจากนายสายชลและนายพนมสอบข้อเขียนได้แล้ว จำเลยเรียกเงินจากนายมนัส และนายเนียร อีกคนละ 5,000 บาท โดยบันทึกการกู้ยืมเงินเพิมเติ่ม อีก10,000 บาท ไว้ที่หนังสือสัญญากู้ยืมเงิน เพื่อเอาไปให้แพทย์ผู้เป็นกรรมการตรวจโรคให้ผ่านการตรวจโรค ปรากฏในภายหลังว่านายสายชลและนายพนมไม่สามารถสอบเข้าโรงเรียนพลตำรวจดังกล่าวได้ นายมนัส และนายเนียร ได้ ทวงเงินคืนจากจำเลยและร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนจำเลยจึงยอมคืนเงินให้จำนวน 24,000 บาท และออกเช็คจำนวน 16,000 บาทครั้งถึงกำหนดตามเช็ค บุคคลทั้งสองนำเช็คไปรับเงิน แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินโดยอ้างว่าเงินไม่มี นายมนัส และนายเนียร กับจำเลยตกลงยอมความกัน พิเคราะห์แล้วเห็นว่าการที่จำเลยเรียกรับเอาเงินจำนวน30,000 บท และจำนวน 10,000 บาท จากนายมนัส กับนายเนียร เพื่อช่วยเหลือให้นายสายชล และนายพนมบุตรของบุคคลทั้งสองสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนโรงเรียนพลตำรวจภูธร 7 โดยจำเลยจะนำเงินไปเป็นค่าตอบแทนเจ้าพนักงานและแพทย์ผู้มีหน้าที่ในการสอบคัดเลือกและตรวจรับบุคคลเข้าเป็นนักเรียนพลตำรวจดังกล่าว เป็นการกระทำครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143 แล้ว การที่จำเลยไม่ได้เป็นกรรมการสอบคัดเลือกไม่ได้แจ้งแก่นายมนัส และนายเนียร ว่าจะช่วยเหลือบุตรของบุคคลทั้งสองให้เข้าเป็นนักเรียนพลตำรวจด้วยวิธีใด และไม่ได้แจ้งแก่บุคคลทั้งสองว่า เจ้าพนักงานที่จำเลยจะไปจูงใจเป็นใคร ระดับใด หาใช่สาระสำคัญที่จะทำให้การกระทำของจำเลยซึ่งครบองค์ประกอบในความผิดดังกล่าวอยู่แล้วกลายเป็นไม่ครบองค์ประกอบความผิดไปดังที่จำเลยฎีกาไม่ และเมื่อจำเลยรับเงินจากนายมนัส และนายเนียร รวม 2 ครั้ง ต่างวาระกันการกระทำผิดของจำเลยจึงเป็น 2 กรรม ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ศาลเรียงกระทงลงโทษจำเลยได้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2631/2534 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ จ่าสิบตำรวจ ชาญชัย จอก แก้ว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - จ่าสิบตำรวจ ชาญชัย จอก แก้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เจริญ นิลเอสงฆ์ · ชลิต ประไพศาล · อัมพร ทองประยูร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4825/2553ฎีกา 1502/2550ฎีกา 400/2529ฎีกา 1447/2531ฎีกา 3987/2526ฎีกา 6178/2541ฎีกา 1093/2568ฎีกา 2848/2527ฎีกา 3146/2541ฎีกา 255/2529ฎีกา 7945/2542ฎีกา 9026/2553ฎีกา 7570/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1514/2532ฎีกา 423/2522ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 1089/2551ฎีกา 1336/2553ฎีกา 2884/2519ฎีกา 4943/2567ฎีกา 1567/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา