คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1043/2535
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อข้อเท็จจริงที่ได้ความในทางพิจารณาไม่แตกต่างกับที่กล่าวในฟ้องในสาระสำคัญ และจำเลยมิได้หลงต่อสู้ ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยในความผิดฐานอื่นที่ได้ความได้ตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ในความผิดฐานปล้นทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 340 ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยที่ 2 กระทำผิดฐานรับของโจรตาม ป.อ. มาตรา 357 ไม่ถือว่าข้อเท็จจริงในทางพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้องในสาระสำคัญ เมื่อจำเลยมิได้หลงต่อสู้ ศาลมีอำนาจลงโทษในความผิดฐานรับของโจรตามที่พิจารณาได้ความได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสาม.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340,340 ตรี, 364, 365, 83 และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนจำนวน 34,000 บาท แก่ผู้เสียหายที่ 1จำนวน 2,300 บาท แก่ผู้เสียหายที่ 2 และคืนของกลางแก่เจ้าของ
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ระหว่างพิจารณา นายเรียง ทองนอก ผู้เสียหายที่ 2 ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 340 วรรคสอง, 340 ตรี จำคุก 21 ปี ให้จำเลยที่ 2คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 1,000 บาท และ 2,300 บาท แก่ผู้เสียหายที่ 1และผู้เสียหายที่ 2 ตามลำดับ คืนรถจักรยานยนต์ของกลางแก่ผู้เสียหายที่ 1 คำขออย่างอื่นของโจทก์ให้ยก ยกฟ้องจำเลยที่ 1
โจทก์และจำเลยที่ 2 อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...คดีนี้แม้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันปล้นทรัพย์ และข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 รับรถจักรยานยนต์ของกลางโดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำผิดฐานปล้นทรัพย์ ซึ่งเป็นความผิดฐานรับของโจรก็ตาม แต่การกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์เป็นการลักทรัพย์โดยร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่ 3 คน ขึ้นไป และกระทำการอันมีลักษณะเป็นการชิงทรัพย์ จึงไม่ถือว่าข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในทางพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้องในสาระสำคัญอันเป็นเหตุให้ศาลยกฟ้อง เมื่อจำเลยที่ 2 มิได้หลงต่อสู้ ศาลจึงมีอำนาจลงโทษจำเลยที่ 2 ในความผิดฐานรับของโจรตามที่พิจารณาได้ความได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสาม"
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 357 วรรคสอง ให้จำคุก 4 ปี คืนรถจักรยานยนต์ของกลางแก่เจ้าของนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1043/2535
พนักงานอัยการ จังหวัด นครศรีธรรมราช โจทก์
โจทก์ร่วม โจทก์
นาย เรียง ทอง นอก โจทก์
นาย สม โชค รอด แก้ว กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด นครศรีธรรมราช · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นาย เรียง ทอง นอก · จำเลย - นาย สม โชค รอด แก้ว กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์ · สมมาตร พรหมานุกูล · อัครวิทย์ สุมาวงศ์ |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ