คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1410/2535
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำผิดหลายกรรมต่างกันนั้น ต้องพิจารณาว่าการกระทำแต่ละครั้งเป็นการกระทำที่แยกจากกันโดยเด็ดขาดหรือไม่ หากการกระทำแต่ละครั้งมีเจตนาแยกต่างหากจากกัน และได้กระทำลงไปโดยมีช่วงเวลาห่างกัน หรือมีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน ก็ถือเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน
ย่อคำพิพากษา
คนร้าย 5 คน มีปืนเป็นอาวุธเข้าทำการปล้นทรัพย์ของ ป.ที่บ้านพักของ ป. ได้เงินสดและทรัพย์สินไปจำนวนหนึ่ง แล้วคนร้ายขู่บังคับ ป.ให้เดินไปกับคนร้ายไปทำการปล้นทรัพย์ที่บ้านของ จ.ซึ่งอยู่ห่างบ้านของ ป.ประมาณ3 เส้น ได้ทรัพย์ของ จ.ทั้งเงินสดและทรัพย์สินอื่น ๆ หลายรายการ แล้วคนร้ายพากันออกจากบ้านของ จ.ไปปล้นทรัพย์ของ ผ.ที่บ้านพักของ ผ.ได้เงินสดและทรัพย์สินอีกจำนวนหนึ่ง ดังนี้ การกระทำผิดของคนร้ายเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดกระบี่ · จำเลย - นายละเมียดหรือฉี เมืองพรหม กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · พรชัย สมรรถเวช |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดกระบี่ - นายปัญญา ช่อมณี · ศาลอุทธรณ์ - นายสถิตย์ ไพเราะ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา