⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1494/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1494/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยมิได้คัดค้านการอ้างเอกสารเป็นพยานของโจทก์เสียก่อนวันสืบพยาน มีผลเพียงห้ามมิให้จำเลยคัดค้านการมีอยู่และความแท้จริงของเอกสารเมื่อพ้นกำหนดเวลาเท่านั้น แต่ไม่เป็นการบังคับให้ศาลต้องยอมรับว่าความจริงเป็นดังเอกสารนั้น

ย่อคำพิพากษา

จำเลยมิได้คัดค้านการอ้างเอกสารเป็นพยานของโจทก์เสียก่อนวันสืบพยานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 125มีผลเพียงห้ามมิให้คู่ความฝ่ายนั้นคัดค้านการมีอยู่และความแท้จริงของเอกสารเมื่อพ้นกำหนดเวลาเท่านั้น มิใช่เป็นบทบังคับให้ศาลต้องยอมรับว่าความจริงเป็นดังเอกสารนั้น ความจริงเป็นอย่างไรเป็นเรื่องที่ศาลจะต้องฟังจากพยานหลักฐานอีกชั้นหนึ่งต่างหาก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.104 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.125

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินตามแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) เลขที่ 656 เนื้อที่ประมาณ 12 ไร่ โดยรับมรดกจากบิดาเมื่อ พ.ศ. 2503 อำเภอกุฉินารายณ์ ได้สร้างฝายน้ำล้นกั้นลำห้วยบง เป็นเหตุให้น้ำท่วมที่ดินราษฎรที่ตั้งอยู่สองฝั่งของลำห้วยบง รวมทั้งที่ดินของโจทก์บางส่วน เป็นเนื้อที่ 9 ไร่3 งาน กระทรวงมหาดไทยจึงซื้อที่ดินของโจทก์เฉพาะส่วนที่น้ำท่วมนั้นในราคา 3,800 บาท ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 1 ไร่28 ตารางวา โจทก์ได้ครอบครองทำกินตลอดมาโจทก์ได้ยื่นคำร้องขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์สำหรับที่ดินดังกล่าว จำเลยซึ่งเป็นนายอำเภอกุฉินารายณ์ไม่ยอมออกให้อ้างว่าที่ดินของโจทก์เป็นที่สาธารณประโยชน์ และในราวปลายเดือนสิงหาคม 2529จำเลยได้ปลูกศาลาบนที่ดินของโจทก์เพื่อให้ประชาชนเข้าไปพักผ่อนหย่อนใจ ขอให้พิพากษาว่าที่พิพาทเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ 28 ตารางวาเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องให้จำเลยรื้อถอนศาลาออกไปและให้จำเลยออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์สำหรับที่ดินแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า ที่พิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน ชื่อหนองเลิงซิวสาธารณประโยชน์ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการแรกว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่รับฟังเนื้อที่ดินตามแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) เอกสารหมาย จ.2 แล้วฟังว่าตามสำเนาทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเอกสารหมาย จ.5 มิได้ระบุว่าแบ่งขายหรือขายเฉพาะส่วน จึงวินิจฉัยว่าโจทก์ขายที่ดินทั้งแปลง และฟังว่าสำเนาแผนที่หนองเลิงซิวสาธารณประโยชน์เอกสารหมาย จ.6 ไม่ถูกต้องเป็นการฝ่าฝืนและขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 125 หรือไม่ เห็นว่าแม้จำเลยมิได้คัดค้านการอ้างเอกสารเป็นพยานของโจทก์เสียก่อนวันสืบพยานตามมาตรานี้ก็เป็นเพียงการห้ามมิให้คู่ความฝ่ายนั้นคัดค้านการมีอยู่และความแท้จริงของเอกสารเมื่อพ้นกำหนดเวลาเท่านั้น หาใช่เป็นบทบังคับให้ศาลต้องยอมรับว่าความจริงเป็นดังเอกสารนั้นไม่ เพราะความจริงเป็นอย่างไรเป็นเรื่องที่ศาลจะต้องฟังจากพยานหลักฐานอีกชั้นหนึ่งต่างหากซึ่งตามมาตรา 104บัญญัติว่าให้ศาลมีอำนาจเต็มที่ในอันที่จะวินิจฉัยว่าพยานหลักฐานที่คู่ความนำสืบนั้นจะเกี่ยวกับประเด็นและเป็นอันเพียงพอให้เชื่อฟังเป็นยุติได้หรือไม่แล้วพิพากษาคดีไปตามนั้น ดังนั้นที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ใช้ดุลยพินิจพิจารณาเอกสารดังกล่าวแล้ววินิจฉัยว่า ข้อความบางส่วนในเอกสารดังกล่าวไม่ถูกต้อง จึงชอบแล้ว" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1494/2535 นาง สำ รวม ใจ อ่อน ฯ โจทก์ นาย ไว วิทย์ หาญคุณากุล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง สำ รวม ใจ อ่อน ฯ · จำเลย - นาย ไว วิทย์ หาญคุณากุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมปอง เสนเนียม · อัมพร เดชศิริ · วิทูรย์ สุทธิประภา
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1913/2520ฎีกา 6993-6996/2542ฎีกา 2257/2519ฎีกา 3549/2528ฎีกา 1610/2498ฎีกา 3117/2535ฎีกา 887/2540ฎีกา 2766/2528ฎีกา 3621/2551ฎีกา 4306/2528ฎีกา 899/2487ฎีกา 39/2530ฎีกา 2752/2537ฎีกา 62/2539ฎีกา 20/2536ฎีกา 9117/2539ฎีกา 1500/2542ฎีกา 2295/2543ฎีกา 810/2536ฎีกา 857/2511ฎีกา 147/2534ฎีกา 199/2535ฎีกา 1152/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา