คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1651/2535
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำรับสารภาพของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ สมควรลดโทษให้จำเลย.
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็นว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันฆ่าผู้ตายทั้งสองและชิงทรัพย์ของผู้ตายไป คงมีแต่พยานแวดล้อมกรณีหลังเกิดเหตุเช่น พบทรัพย์สินของผู้ตายบางส่วนในห้องพักของจำเลย พบคราบโลหิตติดอยู่ที่ร่องอก ท่อนแขนขวาของจำเลยที่ 1 และคราบโลหิตติดอยู่ที่เสื้อผ้าของจำเลยทั้งสองแต่จำเลยทั้งสองได้ให้การรับสารภาพในชั้นศาลทำให้ศาลแน่ใจว่า จำเลยทั้งสองกระทำความผิดโดยไม่มีข้อสงสัย ดังนี้ คำรับสารภาพของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ สมควรลดโทษให้จำเลย.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 289(6) (7)ฐ 339 วรรคสอง, วรรคห้า, 83, 33, 91 ขอให้ริบอาวุธมีดปลายแหลมทั้งสองเล่ม เสื้อคอกลมสีเทาขลิบดำ 1 ตัวกางเกงยีนส์ขายาว 1 ตัว เสื้อยืด 5 ตัว กางเกง 3 ตัว ชุดนอน 1 ชุดผ้าเช็ดตัว 3 ผืน ที่จำเลยทั้งสองใช้ในการกระทำความผิด ตั๋วจำนำ2 แผ่น ของกลางนอกนั้นคืนเจ้าของและให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ จำนวน 6,200 บาท แก่ผู้มีสิทธิรับคืนด้วย
จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289 (6) (7), 339 วรรคสอง, วรรคห้า, 83 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทให้ลงโทษบทหนักตามมาตรา 289(6) (7) วางโทษประหารชีวิต ริบอาวุธมีดปลายแหลม 2 เล่ม เสื้อคอกลมสีเทาขลิบดำ 1 ตัว กางเกงยีนส์ขายาว 1 ตัว เสื้อยืด 5 ตัวกางเกง 3 ตัว ชุดนอน 1 ชุด ผ้าเช็ดตัว 3 ผืน ที่จำเลยใช้ในการกระทำความผิด ตั๋วจำนำ 2 แผ่นของกลางนอกนั้นคืนเจ้าของและให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์จำนวน 6,200 บาท แก่ผู้มีสิทธิรับคืน
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติได้ว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุ จำเลยทั้งสองร่วมกันฆ่านายประสิทธิ์ศุภรัตน์ภินันท์ กับนางสาวสุคนธมาลย์ ปัตตะพงษ์ และชิงเอาทรัพย์ของผู้ตายไป
มีปัญหาต้องวินิจฉัยในชั้นฎีกาว่า คำรับสารภาพของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาที่ศาลสมควรลดโทษให้หรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่าโจทก์ไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็นการกระทำผิดของจำเลยคงมีแต่พยานแวดล้อมกรณีหลังเกิดเหตุ เช่น พบทรัพย์สินของผู้ตายบางส่วนในห้องพักของจำเลยและที่ตัวจำเลยพบคราบโลหิตติดอยู่ที่ร่องอก ท่อนแขนขวาของจำเลยที่ 1 และคราบโลหิตติดอยู่ที่เสื้อผ้าของจำเลยทั้งสอง แต่การที่จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพในชั้นศาลย่อมทำให้ศาลแน่ใจว่า จำเลยทั้งสองกระทำความผิดโดยไม่มีข้อสงสัยแต่ประการใด คำรับสารภาพของจำเลยจึงเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ เห็นสมควรลดโทษให้จำเลย ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังขึ้น"
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลดโทษหนึ่งในสามให้จำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยทั้งสองตลอดชีวิตนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1651/2535
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นาย รุ่งโรจน์ หรือ บอย สุขชุ่ม กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นาย รุ่งโรจน์ หรือ บอย สุขชุ่ม กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เจริญ นิลเอสงฆ์ · เพ็ง เพ็งนิติ · บุญธรรม อยู่พุก |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ