คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1655/2535
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
โจทก์จะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ หากศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลล่างให้ลงโทษจำคุกจำเลยเกินกว่าห้าปี และข้อห้ามนี้ใช้บังคับโจทก์ร่วมด้วย
ย่อคำพิพากษา
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลยตลอดชีวิต ถือเป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลล่างให้จำคุกจำเลยเกินห้าปี โจทก์จะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคสอง และข้อห้ามฎีกานี้ใช้บังคับโจทก์ร่วมด้วย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 340, 288, 289, 91, 83, 33 สั่งคืนแฟ้มเอกสาร 1 แฟ้มแก่เจ้าของ ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนกระเป๋าหนังสีดำ 1 ใบ ลูกกุญแจ2 พวง และเงินสดรวมราคา 2,790 บาท แก่ผู้เสียหาย ริบของกลางที่เหลือทั้งหมด
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคท้าย, 289(6)(7) เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทที่มีโทษหนักที่สุดตามมาตรา 90 แต่อัตราโทษตามบทมาตราทั้งสองเท่ากัน จึงลงโทษตามมาตรา 340 วรรคท้ายแม้จำเลยทั้งสามอายุ 19 ปี แต่ไม่สมควรลดมาตราส่วนโทษให้วางโทษประหารชีวิตจำเลยทั้งสาม คำรับสารภาพของจำเลยทั้งสามเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกตลอดชีวิต ให้คืนหรือใช้ราคากระเป๋าหนังสีดำ 1 ใบ ราคา 600 บาท พวงกุญแจ 2 พวงเงินสด 2,190 บาท รวมราคา 2,790 บาท แก่ผู้เสียหาย ส่วนของกลางที่เหลือทุกรายการเป็นของผู้เสียหายจึงให้คืนแก่ผู้เสียหายโจทก์ร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ร่วมฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสามตลอดชีวิต และศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ถือเป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลล่างให้จำคุกจำเลยเกินห้าปีโจทก์จะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคสอง ข้อห้ามฎีกาดังกล่าวนี้ย่อมใช้บังคับโจทก์ร่วมด้วย เพราะประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(14) ได้นิยามศัพท์คำว่า "โจทก์" ไว้ว่า "หมายความถึงพนักงานอัยการ หรือผู้เสียหายซึ่งฟ้องคดีอาญาต่อศาล หรือทั้งคู่ในเมื่อพนักงานอัยการและผู้เสียหายเป็นโจทก์ร่วมกัน" ที่โจทก์ร่วมฎีกาว่าการกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นการฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน หรือเป็นการฆ่าโดยการกระทำทารุณโหดร้ายและทรมาน รวมทั้งคดีไม่มีเหตุสมควรที่จะลดโทษให้จำเลยทั้งสามนั้น ล้วนเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว แม้ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งรับฎีกาของโจทก์ร่วมมาก็เป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"
พิพากษายกฎีกาของโจทก์ร่วม
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1655/2535
อัยการ กรมอัยการ โจทก์
โจทก์ร่วม โจทก์
นาย สุธี สมบัติอนันตกร โจทก์
นาย มะฤทธิ์หรือมิตร ทวินันท์ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการ กรมอัยการ · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นาย สุธี สมบัติอนันตกร · จำเลย - นาย มะฤทธิ์หรือมิตร ทวินันท์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | บุญสิน ตุลากัน · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · อุไร คังคะเกตุ |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา