⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1971/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1971/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การปิดหมายเรียกสำเนาคำฟ้องและหมายนัดสืบพยาน ณ สำนักงานบริษัทอันเป็นภูมิลำเนาของจำเลยที่ 2 เป็นการชอบด้วยกฎหมายแล้ว หากจำเลยจงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาโดยไม่มีเหตุอันสมควร ศาลย่อมมีอำนาจพิพากษาโดยขาดนัดได้.

ย่อคำพิพากษา

การปิดหมายเรียกสำเนาคำฟ้องและหมายนัดสืบพยานโจทก์ ณ สำนักงานบริษัทอันเป็นภูมิลำเนาของจำเลยที่ 2 ตามคำสั่งศาลเป็นการปฏิบัติถูกต้องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 79 แล้วเมื่อจำเลยที่ 2 ไม่ยื่นคำให้การและไม่ไปศาลในวันสืบพยานโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง จึงถือได้ว่าจำเลยที่ 2 จงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ไม่มีเหตุที่จะขอให้พิจารณาใหม่.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.74 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.79 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.207 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.209

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดต่อโจทก์ในมูลละเมิด จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหาย จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่โดยอ้างว่า การส่งหมายทั้งหมดได้ส่งโดยวิธีปิดหมายที่ประตูทางเข้าออกสำนักงานของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 ไม่ทราบเรื่อง ประมาณกลางเดือนกันยายน 2530ที่ปรึกษากฎหมายของจำเลยที่ 2 ทราบเรื่องโดยบังเอิญที่ศาลแพ่งและมาบอกจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 ไม่ได้เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2และไม่ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ตามทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า การส่งหมายกระทำโดยชอบแล้ว ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้องของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติได้ว่า หลังจากศาลชั้นต้นสั่งรับคำฟ้องแล้วได้มีการออกหมายเรียกและส่งสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยที่ 2 ณ สำนักงานอันเป็นภูมิลำเนาของจำเลยที่ 2 เพื่อแก้คดี โดยส่งครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2529 แต่ส่งไม่ได้เพราะไม่พบผู้จัดการของจำเลยที่ 2 พบแต่ชายอายุประมาณ 30 ปี ไม่ยอมรับหมายไว้แทน ต่อมาวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2529 ได้มีการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยที่ 2 ใหม่ แต่ไม่สามารถส่งได้จึงได้มีการปิดหมายตามคำสั่งศาล และในการนัดสืบพยานโจทก์วันที่ 1พฤษภาคม 2529 ได้มีการส่งหมายนัดสืบพยานโจทก์ให้จำเลยที่ 2 ทราบโดยวิธีปิดหมายตามคำสั่งศาล ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า การส่งหมายเรียกสำเนาคำฟ้องและหมายนัดสืบพยานโจทก์ให้จำเลยที่ 2 ทราบโดยปิดที่ประตูทางเข้าออกของสำนักงานของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 หรือพนักงานไม่ทราบเพิ่งจะมาทราบว่าถูกฟ้องเมื่อที่ปรึกษาของจำเลยที่ 2 ไปทำกิจธุระที่ศาลแพ่ง นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องกับหมายนัดสืบพยานโจทก์ให้จำเลยที่ 2 ดังกล่าวเป็นการปฏิบัติตามขั้นตอนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 79 จึงเป็นการถูกต้องตามกฎหมายแล้ว เมื่อจำเลยที่ 2 ไม่ยื่นคำให้การและไม่ไปศาลในวันนัดสืบพยานโจทก์โดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องให้ศาลทราบ จึงถือได้ว่าจำเลยที่ 2 จงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ไม่มีเหตุที่จะให้พิจารณาใหม่ และไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาอื่นต่อไป ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาจำเลยที่ 2ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1971/2535 นาย อภิชิต อังศุธรางกูร โจทก์ พันตรี ธีรชัย เรืองเดช กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย อภิชิต อังศุธรางกูร · จำเลย - พันตรี ธีรชัย เรืองเดช กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมาน เวทวินิจ · บุญศรี กอบบุญ · ประจักษ์ พุทธิสมบัติ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3758/2541ฎีกา 5845/2558ฎีกา 1823/2493ฎีกา 3467/2533ฎีกา 7233/2537ฎีกา 1158/2521ฎีกา 369/2524ฎีกา 1843/2536ฎีกา 396/2536ฎีกา 1069/2527ฎีกา 3488/2545ฎีกา 345/2520ฎีกา 280/2530ฎีกา 1460/2515ฎีกา 1645/2549ฎีกา 10/2548ฎีกา 1395/2534ฎีกา 3290/2525ฎีกา 8888/2542ฎีกา 5011/2532ฎีกา 324/2503ฎีกา 2266/2515ฎีกา 2884/2541ฎีกา 1546/2514
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ