⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2156/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2156/2535

ป.รัษฎากร ม.113, 118 · ป.พ.พ. ม.350

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เอกสารที่ปิดอากรแสตมป์ครบถ้วนบริบูรณ์ตามกฎหมาย และศาลได้รับรวมสำนวนไว้แล้ว ย่อมรับฟังเป็นพยานหลักฐานในคดีได้โดยไม่ต้องเสียอากรเพิ่ม แม้จะปิดอากรแสตมป์เมื่อพ้นกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

จำเลยฎีกาว่าโจทก์ปิดอากรแสตมป์ในเอกสารเมื่อพ้น 90 วันนับแต่วันต้องปิดอากรแสตมป์ โดยมิได้เสียอากรเพิ่ม แต่ขณะโจทก์อ้างส่งเอกสารต่อศาล เอกสารนั้นปิดอากรแสตมป์ครบถ้วนบริบูรณ์ตามกฎหมาย และศาลชั้นต้นได้รับรวมสำนวนไว้แล้ว จึงรับฟังเป็นพยานหลักฐานในคดีได้โดยไม่ต้องเสียอากรเพิ่ม ตามมาตรา 113 แห่งป.รัษฎากร ให้ครบถ้วนก่อน.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.47 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.350 ประมวลรัษฎากร ม.113 ประมวลรัษฎากร ม.118

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.47 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.350 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2519นางอาภรณ์ ทองคำกุล กู้ยืมเงินโจทก์ไป 25,000 บาท ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี กำหนดชำระเงินคืนในวันที่ 18 พฤษภาคม 2521โดยมีจำเลยเป็นผู้ค้ำประกัน เมื่อครบกำหนดชำระหนี้ นางอาภรณ์ผิดนัดโจทก์ทวงถามจำเลยแล้วจำเลยนำเงินมาชำระให้โจทก์ 5,000 บาท เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2526 คงค้างชำระอีก 20,000 บาท ขอให้จำเลยชำระเงิน 32,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงิน20,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม จำเลยไม่เคยทำสัญญาค้ำประกันให้โจทก์ โจทก์ขีดฆ่าแก้ไขสัญญาค้ำประกันที่จำเลยทำให้นางอาภรณ์มาเป็นชื่อโจทก์โดยพลการ เอกสารดังกล่าวจึงเป็นเอกสารปลอม ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 20,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 20 พฤษภาคม 2526เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า จำเลยเป็นผู้ค้ำประกันหนี้แก่โจทก์ตามฟ้อง ตามเอกสารหมาย จ.1 จำเลยฎีกาว่าเอกสารหมาย จ.1 ไม่ปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์ เพราะโจทก์ปิดอากรแสตมป์เมื่อพ้น 90 วัน นับแต่วันต้องปิดอากรแสตมป์โดยมิได้เสียอากรเพิ่มต้องห้ามมิให้รับฟังเป็นพยานหลักฐานในคดีนั้น เห็นว่า เมื่อโจทก์อ้างตนเองเป็นพยานเข้าเบิกความ โจทก์ได้อ้างส่งเอกสารหมาย จ.1เป็นพยาน ซึ่งเอกสารดังกล่าวได้ปิดอากรแสตมป์ครบถ้วนบริบูรณ์ตามกฎหมายและศาลชั้นต้นได้รับรวมสำนวนไว้แล้ว จึงรับฟังเป็นพยานหลักฐานในคดีได้โดยไม่จำต้องเสียอากรเพิ่มตามมาตรา 113 แห่งประมวลรัษฎากรให้ครบถ้วนก่อน ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 2 ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2156/2535 นาง บุญ เทียม สุวรรณ อัตถ์ โจทก์ นาย สุวิทย์ เฉลิมลาภอนันต์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง บุญ เทียม สุวรรณ อัตถ์ · จำเลย - นาย สุวิทย์ เฉลิมลาภอนันต์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เริงธรรม ลัดพลี · วีระชัย สูตรสุวรรณ · ปรีชา เฉลิมวณิชย์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 681/2506ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 3231/2557ฎีกา 272/2490ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 605/2511ฎีกา 6105/2531ฎีกา 14887/2551ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 1170/2505ฎีกา 7051/2540ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 960/2559
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ