⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2447/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2447/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การส่งหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์จะถือว่าชอบด้วยกฎหมายก็ต่อเมื่อได้ส่งไปยังสำนักงานทนายความของจำเลยตามที่ได้แจ้งไว้ต่อศาล และหากทนายความได้ย้ายสำนักงานไปก่อนการปิดหมาย ศาลต้องไต่สวนให้ได้ความว่าการส่งหมายนั้นชอบด้วยกฎหมายแล้วหรือไม่

ย่อคำพิพากษา

จำเลยยื่นคำร้องว่า ทนายจำเลยออกจากสำนักงานทนายความเดิมไปแล้ว และสำนักงานดังกล่าวได้ย้ายไปอยู่ที่อื่น มิใช่สำนักงานที่เจ้าพนักงานศาลไปส่งหมายนัดฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ ทั้งเป็นการย้ายไปอยู่ที่ใหม่ก่อนที่จะมีการปิดหมายนัดฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ หากข้อเท็จจริงได้ความตามคำร้องดังกล่าว ย่อมถือไม่ได้ว่าการส่งหมายนัดฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ให้จำเลยเป็นไปโดยชอบศาลชั้นต้นต้องไต่สวนให้ได้ความว่าเจ้าพนักงานศาลส่งหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยโดยชอบแล้วหรือไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.76 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.79 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.140 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.246

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยรับผิดชดใช้ค่าเสียหายเนื่องจากสินค้าที่จำเลยรับจ้างขนส่งสูญหาย ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยชดใช้เงินจำนวน 194,726.40 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ย แต่ในวันนัดฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ จำเลยไม่มาศาล ศาลชั้นต้นจึงอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ให้โจทก์ฟังฝ่ายเดียว โดยถือว่าจำเลยทราบการอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์แล้ว จำเลยยื่นคำร้องว่า ทนายจำเลยได้ออกจากสำนักงานทนายความไปตั้งแต่ปี 2528 และสำนักงานทนายความได้ย้ายไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน2530 จำเลยเพิ่งทราบว่าได้มีการอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์โดยมาสอบถามที่ศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2531 จึงทราบว่าศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ไปเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน2531 โดยจำเลยไม่เคยทราบนัดมาก่อน ขอให้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ใหม่ ศาลชั้นต้นสั่งว่า การปิดหมายนัดฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ให้จำเลยทราบเป็นไปโดยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงปรากฏตามรายงานการเดินหมายของเจ้าพนักงานศาลลงวันที่ 6 พฤษภาคม 2531 ว่า เจ้าพนักงานศาลได้นำหมายนัดฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ไปส่งที่บ้านเลขที่ 297ถนนสุรวงศ์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร ไม่พบนายวรธรรม (ทนายจำเลย) พบชายอายุ 36 ปี แจ้งว่านายวรธรรมย้ายออกจากบ้านดังกล่าวไปนานแล้ว และไม่ยอมรับหมาย จึงปิดหมายตามคำสั่งศาล เห็นว่า การที่จำเลยยื่นคำร้องว่าทนายจำเลยออกจากสำนักงานทนายความเดิมไปแล้ว และสำนักงานดังกล่าวได้ย้ายไปอยู่ที่เลขที่ 64/1 ซอยต้นสน ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวันกรุงเทพมหานคร มิใช่สำนักงานที่เจ้าพนักงานศาลไปส่งหมายนัดฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ ทั้งเป็นการย้ายไปอยู่ที่ใหม่ก่อนที่จะมีการปิดหมายนัดฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์นั้น หากข้อเท็จจริงได้ความตามคำร้องของจำเลยดังกล่าว กรณีย่อมถือไม่ได้ว่าการส่งหมายนัดฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ให้จำเลยเป็นไปโดยชอบ ศาลชั้นต้นสมควรที่จะต้องทำการไต่สวนให้ได้ความว่า เจ้าพนักงานศาลส่งหมายนัดฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ให้จำเลยโดยชอบแล้วหรือไม่ พิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้นและคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนคำร้องของจำเลยแล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2447/2535 บริษัท นิวแฮมพ์เชอร์ อินชัวรันส์ จำกัด โจทก์ บริษัท ดี ทแฮล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำเลย ทรานสปอร์ตเซอร์วิสเซส จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท นิวแฮมพ์เชอร์ อินชัวรันส์ จำกัด · จำเลย - บริษัท ดี ทแฮล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล · จำเลย - ทรานสปอร์ตเซอร์วิสเซส จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นำชัย สุนทรพินิจกิจ · สุชาติ สุขสุมิตร · เธียรไท สุนทรนันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 13043/2557ฎีกา 2611/2517ฎีกา 7578/2538ฎีกา 7851/2538ฎีกา 2066/2549ฎีกา 1843/2536ฎีกา 3813/2535ฎีกา 5732/2552ฎีกา 345/2520ฎีกา 280/2530ฎีกา 609/2526ฎีกา 4326/2540ฎีกา 7420/2541ฎีกา 1460/2515ฎีกา 2076/2542ฎีกา 4637/2567ฎีกา 7154/2551ฎีกา 2266/2515ฎีกา 2884/2541ฎีกา 361/2539ฎีกา 4041/2542ฎีกา 8108/2542ฎีกา 1498/2548ฎีกา 861/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา