⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2776/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2776/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าหน้าที่ของรัฐออกคำสั่งทางปกครองโดยอาศัยข้อเท็จจริงที่คลาดเคลื่อนจากการตรวจสอบที่ไม่รอบคอบ ถือเป็นการกระทำละเมิดต่อเอกชนที่ได้รับความเสียหาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เป็นคนละนิติบุคคลกับบริษัท ต. กรมสรรพากร จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2ออกคำสั่งอายัดเงินค่าจ้างก่อสร้างทางหลวงที่โจทก์พึงจะได้รับจากกรมทางหลวง โดยอ้างว่าโจทก์คือบริษัท ต.ซึ่งค้างชำระค่าภาษีอากรแก่จำเลยที่ 1 โดยอาศัยอำนาจตามประมวลรัษฎากร มาตรา 12เป็นเรื่องที่จำเลยทั้งสองกระทำผิดพลาดไปโดยไม่ตรวจสอบให้รอบคอบเสียก่อนออกคำสั่งอายัดเป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่อโดยผิดกฎหมายทำให้โจทก์เสียหาย ไม่ได้รับเงินดังกล่าวจากกรมทางหลวง เป็นการทำละเมิดต่อโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลรัษฎากร ม.12

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลณ ประเทศสาธารณรัฐจีนไต้หวัน เป็นนิติบุคคลต่างด้าว ซึ่งอธิบดีกรมทะเบียนการค้าได้ออกใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจก่อสร้างทางหลวงให้แก่กรมทางหลวง จำเลยที่ ๑ โดยจำเลยที่ ๒ ได้ออกคำสั่งโดยอาศัยอำนาจตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๑๒ ให้อายัดเงินค่าจ้างก่อสร้างทางหลวงหมายเลข๑๑๒๔ เป็นเงินจำนวน ๓,๕๔๕,๒๒๐.๙๖ บาท ซึ่งเป็นเงินที่โจทก์มีสิทธิได้รับจากกรมทางหลวงโดยคำสั่งดังกล่าวเป็นคำสั่งที่มิชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากคำสั่งอายัดดังกล่าวระบุให้อายัดเงินของบริษัทตังเอ็งไออ้อนเวอร์คส์ (ไทย) จำกัด ซึ่งเป็นคนละนิติบุคคลต่างหากจากโจทก์ เป็นเหตุให้กรมทางหลวงไม่ชำระค่าจ้างงานแก่โจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้จำเลยที่ ๒เพิกถอนคำสั่งอายัดทรัพย์สินของโจทก์ และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันใช้ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ในต้นเงิน ๓,๕๔๕,๒๒๐.๙๒ บาท นับแต่จำเลยที่ ๒ มีคำสั่งอายัดจนกว่าจำเลยทั้งสองจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสองให้การว่า เงินดังกล่าวไม่ใช่เงินของโจทก์ที่มีสิทธิได้รับจากกรมทางหลวง เพราะเป็นของบริษัทตังเอ็งไออ้อนเวอร์คส์ จำกัด ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัทตังเอ็งไออ้อนเวอร์คส์ (ไทย) จำกัด มีสิทธิได้รับเงินจากกรมทางหลวง และบริษัทดังกล่าวนี้เป็นผู้ค้างชำระภาษีของกิจการร่วมค้า จำเลยทั้งสองจึงมีคำสั่งอายัดเงินดังกล่าวเพื่อชำระแก่จำเลยที่ ๑ ตามกฎหมาย จำเลยทั้งสองไม่ได้ทำละเมิดต่อโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ต่อปี ของเงินจำนวน ๓,๕๔๕,๒๒๐.๙๖ บาท แก่โจทก์ นับแต่วันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๐ ถึงวันที่๗ พฤษภาคม ๒๕๓๐ คำขออื่นของโจทก์ให้ยก จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ค่าขึ้นศาลที่โจทก์เสียเกินมา ๘๘,๕๓๐ บาทให้คืนโจทก์ไป นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้เถียงกันและที่ศาลเดินเผชิญสืบฟังได้ในเบื้องต้นว่า โจทก์จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ที่ประเทศสาธารณรัฐจีนไต้หวันเป็นนิติบุคคลต่างด้าวตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๘๑ ลงวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๑๕ผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของโจทก์ในประเทศไทยคือนายเฉา ชิง หัว ตามหนังสือรับรองของนายทะเบียนการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เอกสารหมาย จ.๑ และเป็นคนละนิติบุคคลกับบริษัทตังเอ็งไออ้อนเวอร์คส์ (ไทย) จำกัด ตามหนังสือรับรองของนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครเอกสารหมาย จ.๓ เมื่อวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๐ จำเลยที่ ๒ ได้ออกคำสั่งอายัดเงินค่าจ้างก่อสร้างทางหลวงหมายเลข ๑๑๒๔ สายวังชิ้น - เถิน ตอน ๑ และตอน ๒ เป็นเงินจำนวน๓,๕๔๖,๒๒๐.๙๖ บาท ซึ่งกรมทางหลวงจะต้องจ่ายให้แก่โจทก์ตามเอกสารหมาย จ.๒ โดยอ้างว่าโจทก์คือบริษัทตังเอ็งไออ้อนเวอร์คส์ (ไทย) จำกัด เมื่อโจทก์ไปขอรับเงินจำนวนดังกล่าวจากกรมทางหลวง กรมทางหลวงไม่อาจจ่ายให้แก่โจทก์ได้ ต่อมาหลังจากโจทก์ฟ้องคดีแล้ว เมื่อวันที่๗ พฤษภาคม ๒๕๓๐ จำเลยที่ ๑ โดยจำเลยที่ ๒ ได้มีคำสั่งถอนการอายัดทรัพย์ดังกล่าว ปัญหาข้อแรกตามฎีกาของจำเลยทั้งสองมีว่า การที่จำเลยที่ ๑ โดยจำเลยที่ ๒ได้อาศัยอำนาจตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๑๒ มีคำสั่งให้อายัดเงินค่าก่อสร้างทางหลวงหมายเลข ๑๑๒๔ สายวังชิ้น - เถิน ตอน ๑ และตอน ๒ เป็นเงินจำนวน ๓,๕๔๕,๒๒๐.๙๖ บาทซึ่งกรมทางหลวงต้องจ่ายแก่โจทก์เป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าโจทก์และบริษัทตังเอ็งไออ้อนเวสอร์คส์ (ไทย) จำกัด เป็นนิติบุคคลต่างหากจากกันและกรมทางหลวงก็ได้แจ้งให้จำเลยที่ ๒ ทราบว่า โจทก์เป็นคู่สัญญากับกรมทางหลวงในการรับเหมาก่อสร้างทางหลวงสายวังชิ้น - เถิน ตอน ๑ ตอน ๒ ไม่ใช่บริษัทตังเอ็งไออ้อนเวอร์คส์(ไทย) จำกัด ตามเอกสารหมาย จ.๔ และ จ.๕ นอกจากนี้ทนายความโจทก์ก็มีหนังสือแจ้งจำเลยที่ ๒ ว่า โจทก์ซึ่งจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลในต่างประเทศนั้นเป็นคนละบริษัทกับบริษัทตังเอ็งไออ้อนเวอร์คส์ (ไทย) จำกัด ขอให้จำเลยที่ ๒ เพิกถอนคำสั่งอายัดทรัพย์โดยด่วนจำเลยทั้งสองคงเพิกเฉย เพิ่งจะมีคำสั่งถอนคำสั่งอายัดเงินจำนวน ๓,๕๔๕,๒๒๐.๙๖ บาทที่กรมทางหลวงต้องจ่ายให้แก่โจทก์เมื่อวันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๓๐ ดังนี้การอายัดเงินของโจทก์จำนวนดังกล่าวที่โจทก์พึงจะได้รับจากกรมทางหลวงจึงเป็นเรื่องที่จำเลยทั้งสองกระทำผิดพลาดไปโดยไม่ตรวจสอบให้รอบคอบเสียก่อนออกคำสั่งอายัด แม้กรมทางหลวงซึ่งเป็นหน่วยราชการของรัฐเช่นกันจะทำหนังสือแจ้งให้จำเลยที่ ๒ ทราบทันทีที่ได้รับคำสั่งอายัดตามเอกสารหมาย จ.๒ ว่าโจทก์เป็นคู่สัญญากับกรมทางหลวงและเป็นนิติบุคคลต่างหากกับบริษัทตังเอ็งไออ้อนเวอร์คส์ (ไทย)จำกัด จำเลยที่ ๒ ก็ไม่ยอมถอนคำสั่งอายัดและไม่มีหนังสือแจ้งเหตุผลที่ยังคงต้องอายัดเงินค่าจ้างก่อสร้างของโจทก์เอาไว้ ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า จำเลยทั้งสองได้สอบถามไปยังกรมทางหลวงแล้วได้รับการยืนยันจากกรมทางหลวงว่าบริษัทตังเอ็งไออ้อนเวอร์คส์ (ไทย) จำกัด มีสิทธิได้รับเงินค่าก่อสร้างทางเพราะเป็นคู่สัญญากับกรมทางหลวง อีกทั้งบริษัทตังเอ็งไออ้อนเวอร์คส์ (ไทย)จำกัด เดิมชื่อว่าบริษัทตังเอ็งไออ้อนเวอร์คส์ จำกัด ปรากฏหลักฐานตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๔ การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการตรวจสอบโดยรอบคอบแล้ว ยังถือไม่ได้ว่ากระทำโดยประมาทเลินเล่อแก่โจทก์นั้น ขัดกับเอกสารหมาย จ.๔ และ จ.๕ ที่วินิจฉัยมาข้างต้นทั้งเมื่อวันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๓๐ จำเลยที่ ๒ ก็ได้เพิกถอนคำสั่งอายัดเงินจำนวน ๓,๕๔๕,๒๒๐.๙๖ บาทที่กรมทางหลวงต้องจ่ายให้แก่โจทก์หาได้ดำเนินการกับโจทก์ต่อไปตามหลักฐานที่ได้กล่าวอ้างมาไม่พฤติการณ์แสดงว่าจำเลยทั้งสองเพิ่งทราบว่าโจทก์กับบริษัทตังเอ็งไออ้อนเวอร์คส์ (ไทย) จำกัดเป็นนิติบุคคลต่างหากจากกันภายหลังจากออกคำสั่งอายัดตามเอกสารหมาย จ.๒ แล้ว กรณีถือได้ว่าจำเลยทั้งสองกระทำไปด้วยความประมาทเลินเล่อโดยผิดกฎหมายทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายเป็นการทำละเมิดต่อโจทก์ จำต้องใช้สินไหมทดแทนเพื่อการนั้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2776/2535 บริษัทตังเอ็งไออ้อนเวอร์คส์ จำกัด โจทก์ กรมสรรพากร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทตังเอ็งไออ้อนเวอร์คส์ จำกัด · จำเลย - กรมสรรพากร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุทธิ นิชโรจน์ · บุญศรี กอบบุญ · เพี้ยน พุทธสุอัตตา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายบุญอินทร์ ส่งเสริมสกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายสมภพ โชติกวณิชย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1776/2512ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา