⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2888/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2888/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่พนักงานสอบสวนใช้แบบพิมพ์คำให้การที่มีส่วนที่เหมือนกันไว้และเว้นช่องว่างสำหรับรายละเอียดเฉพาะของผู้เสียหายแต่ละราย ไม่ทำให้การสอบสวนเสียไป และหากผู้เสียหายได้อ่านทบทวนคำให้การของตนเองแล้ว ยืนยันว่าถูกต้อง การสอบสวนก็ไม่ถือว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

พนักงานสอบสวนทำการสอบปากคำผู้เสียหายที่ถูกจำเลยทั้งสามฉ้อโกงแตกต่างกับการสอบปากคำในคดีทั่ว ๆ ไป เนื่องจากผู้เสียหายมีอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ผู้เสียหายต่างให้การถึงพฤติการณ์แห่งการกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นทำนองเดียวกัน พนักงานสอบสวนจึงทำแบบพิมพ์ในส่วนที่เหมือนกันไว้ เว้นช่องว่างในส่วนที่เกี่ยวกับชื่อของผู้เสียหาย จำนวนเงินและวันเวลา ซึ่งเป็นส่วนรายละเอียดของผู้เสียหายแต่ละคนโดยเฉพาะไว้ เพื่อกรอกรายละเอียดในตอนสอบปากคำผู้เสียหายแต่ละคน เช่นนี้ หามีผลทำให้การสอบสวนเสียไปไม่ส่วนกรณีที่ผู้เสียหายมาให้ถ้อยคำหลายรายและพนักงานสอบสวนแจกแบบพิมพ์คำให้การดังกล่าวให้แต่ละคนไปอ่านดูก่อนแล้วเรียกเข้ามากรอกข้อความทีละคน พนักงานสอบสวนก็ได้สอบถามผู้เสียหายผู้ให้ถ้อยคำว่า มีอะไรผิดบ้าง ถ้าไม่มีผิดก็ให้ลงชื่อ ถ้าผิดพลาดก็ขีดฆ่าแก้ไขและลงลายมือชื่อกำกับ เช่นนี้เมื่อไม่ปรากฏว่าคำให้การของผู้เสียหายไม่ตรงกับปากคำที่ให้การไว้ต่อพนักงานสอบสวน หรือปากคำนั้นผู้เสียหายไม่ได้ให้การด้วยความสมัครใจหรือด้วยเหตุอันมิชอบอย่างอื่น จะถือว่าการสอบสวนไม่ชอบด้วยกฎหมายหาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.11 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.120 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.133 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.134 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.135 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.139 ประมวลกฎหมายอาญา ม.341 ประมวลกฎหมายอาญา ม.343

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามได้ร่วมกันกระทำผิดต่อกฎหมายจัดหางานให้คนหางานซึ่งประสงค์จะไปทำงานในต่างประเทศให้แก่นายจ้างในต่างประเทศ โดยเรียกและรับเงินค่าบริการเป็นค่าตอบแทนจากคนหางานดังกล่าว ทั้งที่จำเลยทั้งสามต่างมิได้รับใบอนุญาตจัดหางานโดยชอบด้วยกฎหมาย นอกจากนี้จำเลยทั้งสามได้ร่วมกันหลอกลวงประชาชนโดยทุจริตด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชนทั้งทางวาจาและการประกาศโฆษณาว่าจำเลยทั้งสามต่างได้รับอนุญาตให้จัดหางานตามกฎหมายสามารถจัดส่งคนงานไปทำงานที่ประเทศซาอุดีอาระเบียและประเทศฟิจิได้ให้ประชาชนที่ประสงค์จะเดินทางไปทำงานที่ประเทศทั้งสองไปติดต่อสมัครได้ที่บริษัทจำเลยที่ 3 ในซอยร่วมศิริมิตร เขตบางเขนกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นที่ทำการของจำเลยทั้งสาม แล้วจำเลยทั้งสามจะส่งประชาชนผู้สมัครเดินทางไปทำงานยังประเทศทั้งสองอันเป็นความเท็จความจริงแล้วจำเลยทั้งสามไม่ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้จัดหางานให้คนงานตามกฎหมายและไม่สามารถที่จะส่งคนไปทำงานในประเทศทั้งสองดังกล่าวได้ โดยการหลอกลวงของจำเลยทั้งสาม เป็นเหตุให้ประชาชนผู้ถูกหลอกลวงซึ่งรวมทั้งนายจำลอง แก้วเหม กับพวกรวม 57 คนผู้เสียหายหลงเชื่อว่าเป็นความจริงจึงพากันไปสมัครและเสียค่าบริการต่าง ๆ ค่าเดินทาง ตามจำนวนที่จำเลยทั้งสามเรียกร้องให้แก่จำเลยทั้งสามรับไป เป็นเหตุให้จำเลยทั้งสามได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากนายจำลองและพวกรวม 57 คน ผู้เสียหาย เป็นเงิน 808,000 บาทขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 341, 343พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2511 มาตรา 7, 27พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 30, 82ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนเงิน 808,000 บาท แก่ผู้เสียหาย และขอให้นับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่6850/2529 ของศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณาจำเลยที่ 1 และที่ 3ให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นให้จำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ 1 และที่ 3โดยให้โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 3 เป็นคดีใหม่ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 343 วรรคแรก วางโทษจำคุก 3 ปีให้จำเลยที่ 2 ร่วมคืนเงิน 808,000 บาท แก่ผู้เสียหาย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะร้อยตำรวจเอกสินมนู พุทธิกุลพนักงานสอบสวนเบิกความรับว่า เมื่อสอบปากคำผู้เสียหายประมาณ 10 รายปรากฎว่าต่าง ให้การถึงพฤติการณ์ของจำเลยทั้งสามในทำนองเดียวกันพนักงานสอบสวนจึงทำแบบพิมพ์คำให้การเป็นอย่างเดียวกันขึ้นมาเตรียมไว้ โดยเว้นชื่อผู้เสียหายที่จะมาแจ้งความเป็นพยานไว้เว้นจำนวนเงินและวันเวลาไว้ เมื่อใครมาแจ้งความก็ทำการสอบสวนโดยนำแบบพิมพ์นั้นมากรอกชื่อ วันเวลา และจำนวนเงินที่จ่ายและได้รับคืนแล้วถามรายละเอียดว่าถูกต้องหรือไม่ ถ้าถูกต้องก็ให้ลงชื่อไป หากไม่ถูกต้องในข้อความใดก็ขีดฆ่าทิ้งและลงชื่อกำกับบางวันมีผู้มาให้ถ้อยคำหลายรายก็จะแจกแบบพิมพ์คำให้การดังกล่าวให้แต่ละคนอ่านดูก่อน แล้วเรียกเข้ามาทีละคนถามว่ามีอะไรผิดบ้างถ้าไม่ผิดก็ให้ลงชื่อ ถ้าผิดพลาดก็ขีดฆ่าแก้ไขและลงชื่อกำกับซึ่งแตกต่างกับการสอบปากคำในคดีอื่นทั่ว ๆ ไป จึงเป็นการสอบสวนโดยไม่ชอบนั้น เห็นว่า แม้วิธีการสอบปากคำผู้เสียหายคดีนี้พนักงานสอบสวนจะกระทำแตกต่างกับการสอบปากคำในคดีอื่น ๆ ทั่ว ๆ ไปเพราะผู้เสียหายคดีนี้มีอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ผู้เสียหายต่างให้การถึงพฤติการณ์แห่งการกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นทำนองเดียวกันพนักงานสอบสวนจึงทำแบบพิมพ์ในส่วนที่เหมือนกันไว้ เว้นช่องว่างในส่วนที่เกี่ยวกับชื่อของผู้เสียหาย จำนวนเงิน และวันเวลาซึ่งเป็นส่วนรายละเอียดของผู้เสียหายแต่ละคนโดยเฉพาะไว้ เพื่อกรอกรายละเอียดในตอนสอบปากคำผู้เสียหายแต่ละคน เช่นนี้ ก็หามีผลทำให้การสอบสวนเสียไปไม่ ส่วนกรณีที่ผู้เสียหายมาให้ถ้อยคำหลายรายและพนักงานสอบสวนแจกแบบพิมพ์คำให้การดังกล่าวให้แต่ละคนไปอ่านดูก่อนแล้วเรียกเข้ามากรอกข้อความทีละคน พนักงานสอบสวนก็ยืนยันว่าได้สอบถามผู้เสียหายผู้ให้ถ้อยคำว่า มีอะไรผิดบ้าง ถ้าไม่ผิดก็ให้ลงชื่อ ถ้าผิดพลาดก็ขีดฆ่าแก้ไขและลงลายมือชื่อกำกับ เช่นนี้ก็ไม่ปรากฏว่าคำให้การของผู้เสียหายไม่ตรงกับปากคำที่ให้การไว้ต่อพนักงานสอบสวน หรือปากคำนั้นผู้เสียหายไม่ได้ให้การด้วยความสมัครใจหรือด้วยเหตุอันมิชอบอย่างอื่น จะถือว่าการสอบสวนไม่ชอบด้วยกฎหมายหาได้ไม่ฎีกาจำเลยที่ 2 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน" พิพากษาแก้เป็นว่า วางโทษจำคุก 2 ปี และปรับ 4,000 บาทให้รอการลงโทษจำเลยที่ 2 ไว้มีกำหนด 3 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2888/2535 อัยการ กรมอัยการ โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นาย จำลอง แก้ว เหม โจทก์ นาย สม ศักดิ์ คล้าย แดง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการ กรมอัยการ · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นาย จำลอง แก้ว เหม · จำเลย - นาย สม ศักดิ์ คล้าย แดง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพศาล รางชางกูร · วิทวัส อยู่วัฒนา · ประสิทธิ์ แสนศิริ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3651/2541ฎีกา 3029/2540ฎีกา 2593/2521ฎีกา 6635/2551ฎีกา 99/2541ฎีกา 880/2502ฎีกา 5603/2542ฎีกา 725/2567ฎีกา 9729/2556ฎีกา 915/2566ฎีกา 5219/2531ฎีกา 1554/2521ฎีกา 2303/2518ฎีกา 599/2532ฎีกา 4046/2536ฎีกา 6196/2534ฎีกา 8272/2553ฎีกา 4225/2559ฎีกา 4009/2566ฎีกา 1700/2548ฎีกา 3593/2529ฎีกา 3245/2545ฎีกา 4048/2528ฎีกา 11720/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา