คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2898/2535
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลที่คู่ความไม่เห็นด้วย ต้องโต้แย้งไว้เพื่อที่จะอุทธรณ์ได้
ย่อคำพิพากษา
คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้งดส่งเอกสารไปตรวจพิสูจน์เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา หากคู่ความไม่เห็นด้วยก็ต้องโต้แย้งคำสั่งนั้นไว้ไม่ว่าการไม่ส่งเอกสารไปตรวจพิสูจน์จะเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนหรือไม่ก็ตาม คู่ความที่ไม่เห็นด้วยจึงจะอุทธรณ์คำสั่งนั้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 226 เมื่อจำเลยที่ 4 มิได้โต้แย้งคำสั่งของศาลชั้นต้นในระหว่างพิจารณา จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้สืบเนื่องจากจำเลยที่ 4 ได้ยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 22กุมภาพันธ์ 2532 ขอให้ศาลชั้นต้นส่งลายมือชื่อของจำเลยที่ 4 ในหนังสือสัญญาค้ำประกัน เอกสารหมาย จ.38 ซึ่งโจทก์อ้างว่าเป็นลายมือชื่อของจำเลยที่ 4 ไปตรวจพิสูจน์เพื่อทราบว่าเป็นลายมือชื่อของจำเลยที่ 4 จริงหรือไม่ ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยที่ 4 จะต้องชำระค่าตรวจพิสูจน์เป็นเงิน 39,281 บาท ภายในวันที่ 7 มิถุนายน 2532แต่จำเลยที่ 4 กลับชำระเป็นเงิน 21,700 บาท ในวันที่ 8 มิถุนายน2532 ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2532 ให้งดส่งลายมือชื่อของจำเลยที่ 4 ไปตรวจพิสูจน์เพราะจำเลยที่ 4 ไม่ชำระเงินตามจำนวนและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด แสดงว่าจำเลยที่ 4ไม่ติดใจที่จะส่งเอกสารดังกล่าวไปตรวจพิสูจน์ และต่อมาเมื่อวันที่12 ตุลาคม 2532 ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยที่ 4เด็ดขาด
จำเลยที่ 4 อุทธรณ์ว่า จำเลยที่ 4 ชำระเงินจำนวน 21,700 บาทตามที่เจ้าหน้าที่ศาลสั่ง ไม่ทราบว่าจะต้องชำระเป็นเงิน 39,281 บาทจำเลยที่ 4 จึงไม่มีเจตนาฝ่าฝืนคำสั่งศาลชั้นต้นแต่อย่างใดที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งงดส่งลายมือชื่อไปตรวจพิสูจน์จึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์จำเลยที่ 4 เพราะจำเลยที่ 4มิได้โต้แย้งคำสั่งในระหว่างพิจารณา จำเลยที่ 4 ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังยุติว่าศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ส่งเอกสารไปตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อของจำเลยที่ 4 ตามที่จำเลยที่ 4 ขอ โดยให้จำเลยที่ 4 ชำระค่าตรวจพิสูจน์ แต่จำเลยที่ 4มิได้ชำระภายในกำหนด ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม2532 ให้งดส่งเอกสารไปตรวจพิสูจน์โดยถือว่าจำเลยที่ 4 ไม่ติดใจที่จะตรวจพิสูจน์ ต่อมาเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2532 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยที่ 4 เด็ดขาด โดยจำเลยที่ 4 มิได้โต้แย้งคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้งดส่งเอกสารไปตรวจพิสูจน์อันเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาที่จำเลยที่ 4 ฎีกาว่าแม้จำเลยที่ 4 จะมิได้โต้แย้งคำสั่งดังกล่าวในระหว่างพิจารณาแต่จำเลยที่ 4 มิได้เป็นผู้ค้ำประกันตามที่โจทก์ฟ้อง หากมีการตรวจพิสูจน์เอกสารดังกล่าวก็จะทราบความได้ชัด การพิจารณาคดีล้มละลายศาลต้องพิจารณาให้ได้ความจริงตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483มาตรา 14 จึงเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนสมควรที่ศาลอุทธรณ์จะมีคำพิพากษาให้ศาลชั้นต้นส่งเอกสารไปตรวจพิสูจน์ ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้งดส่งเอกสารไปตรวจพิสูจน์เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา หากคู่ความไม่เห็นด้วยก็ต้องโต้แย้งคำสั่งนั้นไว้ ไม่ว่าการไม่ส่งเอกสารไปตรวจพิสูจน์จะเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนหรือไม่ก็ตามคู่ความที่ไม่เห็นด้วยจึงจะอุทธรณ์คำสั่งนั้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 เมื่อจำเลยที่ 4 มิได้โต้แย้งคำสั่งของศาลชั้นต้นในระหว่างพิจารณา จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2898/2535
ธนาคาร กสิกร ไทย จำกัด โจทก์
บริษัท การพิมพ์ ฮ่องกง จำกัด กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ธนาคาร กสิกร ไทย จำกัด · จำเลย - บริษัท การพิมพ์ ฮ่องกง จำกัด กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เพ็ง เพ็งนิติ · เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์ · อัครวิทย์ สุมาวงศ์ |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา