⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3075/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3075/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยื่นคำร้องขอใช้สิทธิทางศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 จะต้องมีกฎหมายสารบัญญัติสนับสนุนว่าเป็นกรณีจำเป็นที่บุคคลนั้นจะต้องมาร้องขอต่อศาลเพื่อรับรองหรือคุ้มครองสิทธิของตน.

ย่อคำพิพากษา

การยื่นคำร้องขอใช้สิทธิทางศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 จะต้องพิจารณาด้วยว่ามีกฎหมายสารบัญญัติสนับสนุนว่าเป็นกรณีจำเป็นที่บุคคลนั้นจะต้องมาร้องขอต่อศาลเพื่อรับรองหรือคุ้มครองตามสิทธิของตนที่มีอยู่หรือไม่ตามคำร้องขอของผู้ร้องที่บรรยายมาได้ความว่า ผู้ร้องเคยเป็นข้าราชการของสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ ถูกปลดออกจากราชการต่อมามีพระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงมีพระชนมพรรษา60 พรรษา พ.ศ. 2530 ออกใช้บังคับ ผู้ร้องเป็นผู้หนึ่งที่ได้รับประโยชน์ตามพระราชบัญญัติดังกล่าว จึงยื่นคำร้องขอบรรจุกลับเข้ารับราชการ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดได้มีคำสั่งไม่รับผู้ร้องให้กลับเข้ารับราชการ ซึ่งไม่มีอำนาจกระทำได้ ขอให้เพิกถอนคำสั่งของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเสีย กรณีดังกล่าวไม่มีกฎหมายบัญญัติให้สิทธิแก่ผู้ร้องที่จะต้องใช้สิทธิทางศาลโดยยื่นเป็นคำร้องขอได้ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธินำคดีมาให้ศาลวินิจฉัยตามคำร้องขอ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2518 ม.57

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องเคยเป็นข้าราชการของสำนักงานสาธารณสุข อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี ตำแหน่งเจ้าหน้าที่สุขาภิบาล 3 ต่อมาเมื่อปี 2529 ผู้ร้องต้องคำพิพากษาของศาลแขวงลพบุรีให้จำคุก 9 เดือน และถูกปลดออกจากราชการ ปี 2530ได้มีพระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระชนมพรรษา 60 พรรษา พ.ศ. 2530ออกใช้บังคับ ซึ่งพระราชบัญญัติดังกล่าวเปิดโอกาสให้ผู้ที่ถูกคำสั่งให้ออกจากราชการกลับเข้ารับราชการได้ วันที่ 23 สิงหาคม 2531ผู้ร้องได้ยื่นแบบขอบรรจุกลับเข้ารับราชการตามมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2518 ต่อมาวันที่ 5ตุลาคม 2531 จังหวัดลพบุรีได้มีความเห็นสมควรรับผู้ร้องเข้าเป็นข้าราชการตามเดิม จึงได้แจ้งหนังสือไปยังกระทรวงสาธารณสุขเพื่อดำเนินการดังกล่าว ซึ่งต่อมากระทรวงสาธารณสุขได้ทำหนังสือชี้แจง เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2533 ว่า สามารถรับผู้ร้องเข้าเป็นข้าราชการได้แต่ตำแหน่งเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ซึ่งเรียกว่าเจ้าหน้าที่สุขาภิบาลเป็นตำแหน่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขชุมชนต่อมาผู้ร้องได้ดำเนินการติดต่อกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลพบุรีต้นสังกัดของผู้ร้องเพื่อขอดำเนินการกลับเข้ารับราชการอีกวันที่ 14 มีนาคม 2534 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลพบุรีได้มีคำสั่งไม่รับผู้ร้องให้กลับเข้ารับราชการ ทำให้ผู้ร้องเสียสิทธิกลับเข้ารับราชการ ขอให้เพิกถอนคำสั่งของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลพบุรีตามหนังสือดังกล่าว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ไม่มีกฎหมายใดให้อำนาจผู้ร้องใช้สิทธิทางศาลในกรณีนี้ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55ให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาผู้ร้องว่า ผู้ร้องมีสิทธิยื่นคำร้องขอเป็นคดีนี้หรือไม่ พิเคราะห์แล้ว ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 บัญญัติว่า "เมื่อมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคลใดตามกฎหมายแพ่งหรือบุคคลใดจะต้องใช้สิทธิทางศาล บุคคลนั้นชอบที่จะเสนอคดีของตนต่อศาลส่วนแพ่งที่มีเขตอำนาจได้ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายแพ่งและประมวลกฎหมายนี้" เห็นว่า ตามบทบัญญัติดังกล่าวมิได้หมายความว่าบุคคลใดต้องการใช้สิทธิทางศาลก็ยื่นคำร้องขอต่อศาลได้ตามอำเภอใจแต่ต้องเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาด้วยว่า มีกฎหมายสารบัญญัติสนับสนุนว่าเป็นกรณีจำเป็นที่บุคคลนั้นจะต้องมาร้องขอต่อศาลเพื่อรับรองหรือคุ้มครองตามสิทธิของตนที่มีอยู่หรือไม่ จึงจะใช้สิทธิทางศาลยื่นเป็นคำร้องขอได้คดีนี้ตามคำร้องขอของผู้ร้องที่บรรยายมาได้ความว่า ผู้ร้องเคยเป็นข้าราชการของสำนักงานสาธารณสุขอำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี ตำแหน่งเจ้าหน้าที่สุขาภิบาล 3ถูกปลดออกจากราชการ ต่อมามีพระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระชนมพรรษา60 พรรษา พ.ศ. 2530 ออกใช้บังคับ ผู้ร้องเป็นผู้หนึ่งที่ได้รับประโยชน์ตามพระราชบัญญัติดังกล่าว จึงยื่นคำร้องขอบรรจุกลับเข้ารับราชการ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลพบุรีได้มีคำสั่งไม่รับผู้ร้องให้กลับเข้ารับราชการ ซึ่งไม่มีอำนาจกระทำได้ ขอให้เพิกถอนคำสั่งของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลพบุรีเสีย กรณีดังกล่าวนี้ไม่มีกฎหมายบัญญัติให้สิทธิแก่ผู้ร้องที่จะต้องใช้สิทธิทางศาลโดยยื่นเป็นคำร้องขอได้ ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธินำคดีมาให้ศาลวินิจฉัยตามคำร้องขอศาลล่างทั้งสองยกคำร้องขอของผู้ร้องชอบแล้ว" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3075/2535 นาย สนิท บัว ทอง ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - นาย สนิท บัว ทอง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิทวัส อยู่วัฒนา · ไพศาล รางชางกูร · ประสิทธิ์ แสนศิริ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534ฎีกา 5280/2544ฎีกา 73-74/2506ฎีกา 2765/2548ฎีกา 2368/2523ฎีกา 1025/2487ฎีกา 1971/2494ฎีกา 789/2515ฎีกา 513/2546ฎีกา 7577/2538ฎีกา 1112/2535ฎีกา 1035/2519ฎีกา 1173/2497ฎีกา 1083/2536ฎีกา 768/2518ฎีกา 2498/2550ฎีกา 2126/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา