⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3088/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3088/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การถอนฟ้องที่ยังไม่ถึงที่สุดเพราะอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ย่อมมีผลห้ามมิให้โจทก์ยื่นฟ้องคดีเรื่องเดียวกันนั้นอีก.

ย่อคำพิพากษา

เดิมโจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลชั้นต้น ขอให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่พิพาทอันเป็นเรื่องเดียวกันกับคดีนี้แล้วโจทก์ขอถอนฟ้องไปศาลชั้นต้นอนุญาตแล้ว จำเลยได้อุทธรณ์คำสั่งที่ศาลอนุญาตให้ถอนฟ้องคดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นอุทธรณ์โจทก์จึงมาฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ ดังนั้นเมื่อคดีก่อนแม้โจทก์จะขอถอนฟ้องไปและศาลชั้นต้นอนุญาตแล้วก็ตาม แต่จำเลยยังอุทธรณ์ การถอนฟ้องนั้นยังไม่ถึงที่สุดโดยยังค้างพิจารณาอยู่ในศาลชั้นอุทธรณ์ จึงห้ามไม่ให้โจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้อันเป็นเรื่องเดียวกันนั้นต่อศาลอีกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173 วรรคสอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.173

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดิน หมู่ที่ 3ตำบลนาชุมเห็ด อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง เนื้อที่ 4 ไร่1 งาน 55 ตารางวา จำเลยนำรถแทรกเตอร์ไถรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ดังกล่าวเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ แล้วปลูกต้นยางพาราในที่ดินที่รุกล้ำนั้น ขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่พิพาท ห้ามเข้าไปเกี่ยวข้องอีกต่อไปกับให้จำเลยส่งมอบที่พิพาทคืนให้โจทก์ในสภาพเดิม จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า ที่พิพาทเป็นของจำเลย จำเลยครอบครองในฐานะเป็นเจ้าของติดต่อกันมานาน 30 ปีแล้ว ฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นฟ้องซ้อนกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 209/2533 ของศาลชั้นต้นขอให้ยกฟ้อง และพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของจำเลย ห้ามโจทก์เกี่ยวข้อง โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า ที่ดินตามฟ้องเป็นของโจทก์ เมื่อเดือนสิงหาคม 2532 จำเลยบุกรุกเข้าไปในที่ดินดังกล่าว เนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ โจทก์เคยฟ้องจำเลยเป็นคดีแพ่งหมายเลขแดงที่209/2533 ของศาลชั้นต้น แต่โจทก์ขอถอนฟ้องเพื่อยื่นฟ้องใหม่ จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นฟ้องซ้อนกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 209/2533 เมื่อโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ฟ้องแย้งของจำเลยย่อมตกไปด้วย พิพากษายกฟ้องโจทก์และยกฟ้องแย้งจำเลยโจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่คู่ความแถลงรับกันว่าเดิมโจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลชั้นต้นตามคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 50/2533คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 209/2533 ให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่พิพาทอันเป็นเรื่องเดียวกันกับคดีนี้ แล้วโจทก์ขอถอนฟ้องไปศาลชั้นต้นอนุญาตแล้ว จำเลยได้อุทธรณ์คำสั่งที่ศาลอนุญาตให้ถอนฟ้องคดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นอุทธรณ์ โจทก์จึงมาฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ คดีมีปัญหามาสู่ศาลฎีกาเพียงว่า การที่โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้เป็นฟ้องซ้อนกับคดีก่อนหรือไม่ เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173 วรรคสอง บัญญัติว่า "นับแต่เวลาที่ได้ยื่นคำฟ้องแล้ว คดีนั้นอยู่ในระหว่างพิจารณาและผลแห่งการนี้ (1) ห้ามไม่ให้โจทก์ยื่นคำฟ้องเรื่องเดียวกันนั้นต่อศาลเดียวกันหรือต่อศาลอื่น...ฯลฯ" ตามบทบัญญัตินี้จะเห็นได้ว่าถ้าคดีก่อนค้างพิจารณาอยู่ในศาลจะอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลเดียวกันหรือของศาลอื่นก็ตามหรืออยู่ในระหว่างพิจารณาในศาลชั้นอุทธรณ์ฎีกาแล้ว โจทก์จะนำคดีเรื่องเดียวกันนั้นมาฟ้องจำเลยอีกไม่ได้ เพราะจะเป็นการฟ้องคดีซ้อนกัน ดังนั้นเมื่อคดีก่อนแม้โจทก์จะขอถอนฟ้องไปและศาลชั้นต้นอนุญาตแล้วก็ตาม แต่จำเลยยังอุทธรณ์ การถอนฟ้องนั้นยังไม่ถึงที่สุดโดยยังค้างพิจารณาอยู่ในศาลชั้นอุทธรณ์ จึงห้ามไม่ให้โจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้อันเป็นเรื่องเดียวกันนั้นต่อศาลอีกตามบทกฎหมายดังกล่าว ศาลล่างทั้งสองพิพากษาชอบแล้ว" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3088/2535 นาง หนู ภา หวาน ขัน โจทก์ นาย สุ้น หนู แก้ว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง หนู ภา หวาน ขัน · จำเลย - นาย สุ้น หนู แก้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมปอง เสนเนียม · อัมพร เดชศิริ · วิทูรย์ สุทธิประภา
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5882/2541ฎีกา 2821/2523ฎีกา 2069/2552ฎีกา 256/2507ฎีกา 4141-4142/2565ฎีกา 1206/2533ฎีกา 1397/2494ฎีกา 2204/2535ฎีกา 2410/2523ฎีกา 2622/2516ฎีกา 369/2522ฎีกา 5822/2550ฎีกา 2898/2530ฎีกา 7280/2549ฎีกา 10554/2557ฎีกา 1330/2533ฎีกา 1984/2536ฎีกา 2701/2550ฎีกา 2606-2616/2529ฎีกา 702/2524ฎีกา 3522/2529ฎีกา 985/2513ฎีกา 9704/2558ฎีกา 5383/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา