⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3346/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3346/2535

ป.วิ.แพ่ง ม.173, 201

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คดีที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาตามกฎหมาย รวมถึงคดีที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกา แม้ศาลชั้นต้นจะสั่งจำหน่ายคดีจากสารบบความแล้ว แต่หากมีการอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว ก็ยังถือว่าคดีอยู่ในระหว่างพิจารณา และไม่อาจฟ้องคดีซ้อนได้

ย่อคำพิพากษา

คำว่าคดีอยู่ในระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 173 วรรคสอง นั้น หมายความว่าคดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาก็ได้ แม้ศาลชั้นต้นจะสั่งจำหน่ายคดีจากสารบบความแล้ว แต่จำเลยยังอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งดังกล่าวอยู่ ก็ถือว่าคดีอยู่ในระหว่างพิจารณาเช่นเดียวกัน โจทก์จึงไม่อาจนำคดีเรื่องเดียวกันมาฟ้องอีกได้เป็นฟ้องซ้อน โจทก์นำคดีเรื่องเดียวกันกับคดีก่อนมาฟ้องจำเลยคนเดียวกัน เป็นฟ้องซ้อนต้องห้ามตั้งแต่วันยื่นคำฟ้องแล้ว โดยไม่ต้องคำนึงถึงเหตุที่จะเกิดขึ้นภายหลังจากวันยื่นคำฟ้องนั้นแม้คดีก่อนต่อมาจะถึงที่สุดก็ตาม ส่วนการจำหน่ายคดีตามมาตรา 201 วรรคแรก ที่ไม่ตัดสิทธิของโจทก์ที่จะเสนอคำฟ้องใหม่นั้น เป็นเพียงไม่ตัดสิทธิของโจทก์ที่จะเสนอคำฟ้องใหม่ ส่วนโจทก์จะยื่นคำฟ้องใหม่ได้หรือไม่ ต้องบังคับตามมาตรา 173 ด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.173 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.201

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.173 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.201 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายสุทธิพงศ์ตันพงษ์เจริญ เมื่อระหว่างวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๓๑ ถึงวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๓๑ จำเลยได้มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับสามีโจทก์โดยเปิดเผย อันเป็นการละเมิดต่อโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความอับอายเสื่อมเสียชื่อเสียง ขอคิดค่าทดแทนเป็นเงินจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท และขอให้จำเลยคืนเงินสดอันเป็นสินสมรสที่สามีโจทก์นำไปซื้อทรัพย์สินมอบให้จำเลยคือรถยนต์พร้อมอุปกรณ์และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๕๑๖,๘๙๖ บาท กับเงินสดที่สามีโจทก์นำไปฝากเข้าบัญชีธนาคารให้แก่จำเลยจำนวน ๒๐๕,๑๐๐ บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๗๒๑,๙๙๖ บาท ขอให้จำเลยชำระเงิน ๘๒๑,๙๙๖ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีเรื่องเดียวกันต่อศาลชั้นต้นตามคดีหมายเลขดำที่ ๑๒๘๒๖/๒๕๓๑ หมายเลขแดงที่ ๑๓๗๔๐/๒๕๓๑ และคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ฟ้องของโจทก์จึงเป็นฟ้องซ้อน จำเลยไม่เคยมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับสามีโจทก์ สามีโจทก์ไม่เคยซื้อรถยนต์ และไม่เคยนำเงินฝากเข้าบัญชีธนาคารให้แก่จำเลยจำเลยจึงไม่ต้องรับผิดชดใช้เงินแก่โจทก์ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นฟ้องซ้อนกับคดีก่อนหรือไม่ พิเคราะห์แล้ว ประมวลฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๓ วรรคสอง บัญญัติว่า"นับแต่เวลาที่ได้ยื่นคำฟ้องแล้วคดีนั้นอยู่ในระหว่างพิจารณาและผลแห่งการนี้ (๑) ห้ามไม่ให้โจทก์ยื่นคำฟ้องเรื่องเดียวกันนั้นต่อศาลเดียวกันหรือต่อศาลอื่น..."ตามบทบัญญัติดังกล่าวจะเห็นได้ว่า ถ้าคดีก่อนยังค้างพิจารณาอยู่ในศาล โจทก์จะนำคดีเรื่องเดียวกันนั้นมาฟ้องจำเลยคนเดียวกันอีกไม่ได้ และคำว่าคดีอยู่ในระหว่างพิจารณานั้น หมายความว่าคดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ หรือศาลฎีกาก็ได้ โจทก์จึงไม่อาจนำคดีมาฟ้องใหม่ได้ ดังนั้นแม้ศาลชั้นต้นจะสั่งจำหน่ายคดีจากสารบบความแล้ว แต่จำเลยยังอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งดังกล่าวอยู่กรณีจึงเป็นเรื่องคดีอยู่ในระหว่างพิจารณาเช่นเดียวกัน ฟ้องโจทก์คดีนี้จึงเป็นฟ้องซ้อนต้องห้ามตามบทบัญญัติดังกล่าว ที่โจทก์แก้ฎีกาว่า ภายหลังจากที่โจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้แล้ว คดีก่อนได้ถึงที่สุดโดยศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้น และจำเลยไม่ฎีกา ทั้งกรณีที่ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๑ วรรคแรก ไม่ตัดสิทธิของโจทก์ที่จะเสนอคำฟ้องใหม่ได้ โจทก์จึงมีสิทธิเสนอคำฟ้องคดีนี้ได้นั้น เห็นว่าโจทก์มาฟ้องคดีนี้เป็นการยื่นคำฟ้องในเรื่องเดียวกันเป็นฟ้องซ้อนต้องห้ามตั้งแต่วันยื่นคำฟ้องแล้ว โดยไม่ต้องคำนึงถึงเหตุที่จะเกิดขึ้นภายหลังจากวันยื่นคำฟ้องนั้น ส่วนที่มาตรา ๒๐๑ วรรคแรกไม่ตัดสิทธิของโจทก์ที่จะเสนอคำฟ้องใหม่นั้น เห็นว่า บทบัญญัติดังกล่าวเพียงไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะเสนอคำฟ้องใหม่ ส่วนโจทก์จะยื่นคำฟ้องคดีใหม่ได้หรือไม่ ต้องบังคับตามมาตรา ๑๗๓ ด้วย พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3346/2535 นางสายใจ ตันพงศ์เจริญ โจทก์ นางสาวศิริกัลยา นามศรีนวล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสายใจ ตันพงศ์เจริญ · จำเลย - นางสาวศิริกัลยา นามศรีนวล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อัมพร เดชศิริ · สมปอง เสนเนียม · วิทูรย์ สุทธิประภา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายอัธยา ดิษยบุตร · ศาลอุทธรณ์ - นายเสริม บุญทรงสันติกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 477/2491ฎีกา 15141/2558ฎีกา 265/2481ฎีกา 2270/2524ฎีกา 5882/2541ฎีกา 779/2532ฎีกา 8235/2548ฎีกา 1397/2494ฎีกา 2204/2535ฎีกา 369/2522ฎีกา 10554/2557ฎีกา 2606-2616/2529ฎีกา 7279/2540ฎีกา 6486/2558ฎีกา 9704/2558ฎีกา 1644/2519ฎีกา 6344/2540ฎีกา 3528/2524ฎีกา 15230/2555ฎีกา 746/2533ฎีกา 6554/2544ฎีกา 2960/2537ฎีกา 5047/2547ฎีกา 3622/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา