⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3831/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3831/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขาดนัดสืบพยานในคดีแรงงานที่ศาลนัดสืบพยานแล้วคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่มาศาล ให้บังคับตามบทบัญญัติว่าด้วยการขาดนัดในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งโดยอนุโลม.

ย่อคำพิพากษา

กรณีขาดนัดที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานมาตรา 40,41 เป็นกรณีที่ศาลรับฟ้องแล้วสั่งให้คู่ความมาศาลในวันนัดตามมาตรา 37 เพื่อศาลจะได้ไกล่เกลี่ยตามมาตรา 38 หากตกลงกันไม่ได้จึงจะจดประเด็นข้อพิพาทตามมาตรา 39 และนัดสืบพยานโจทก์แต่กรณีที่คู่ความไม่มาศาลในวันนัดสืบพยานภายหลังจากนั้นพ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานฯ ไม่ได้บัญญัติไว้เฉพาะต้องนำ ป.วิ.พ.มาใช้บังคับโดยอนุโลมตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงาน มาตรา 31.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.200 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.31 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.37 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.38 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.39 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.40 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.41

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้เงินจำนวน 229,761.86 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งรับฟ้อง ให้ส่งหมายเรียกกับสำเนาคำฟ้องแก่จำเลยทั้งสอง นัดพิจารณาและสืบพยานโจทก์วันที่ 9 กรกฎาคม 2535เวลา 14 นาฬิกา ให้โจทก์มาศาลในวันนัดด้วย ถึงวันนัดทนายโจทก์จำเลยที่ 2 และทนายจำเลยที่ 2 มาศาล ส่วนจำเลยที่ 1 ไม่มาศาลแรงงานกลางเห็นว่าจำเลยที่ 1 ซึ่งทราบนัดแล้วไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง จึงมีคำสั่งว่าจำเลยที่ 1 ขาดนัด และได้ไกล่เกลี่ยคดีระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 แล้ว ตกลงกันไม่ได้จึงได้จดประเด็นข้อพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 ไว้แล้วสั่งให้โจทก์นำพยานเข้าสืบ ทนายโจทก์แถลงว่ายังไม่พร้อมที่จะสืบพยานในวันนั้นเพราะยังรวบรวมเอกสารได้ไม่ครบ ขอเลื่อนศาลแรงงานกลางอนุญาตให้เลื่อนไปนัดสืบพยานโจทก์วันที่ 27กรกฎาคม 2535 เวลา 9 นาฬิกา และวันที่ 5 สิงหาคม 2535 เวลา13.30 นาฬิกา เมื่อถึงวันที่ 27 กรกฎาคม 2535 เจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์ได้เสนอรายงานต่อศาลว่า ได้เรียกคู่ความตั้งแต่เวลา9 นาฬิกาจนถึงเวลา 9.20 นาฬิกา ปรากฏว่าโจทก์จำเลยไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องให้ทราบ ศาลแรงงานกลางจึงมีคำสั่งว่าคู่ความทั้งสองฝ่ายทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องจึงเป็นกรณีคู่ความทั้งสองฝ่ายขาดนัดพิจารณาให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ และมีคำสั่งให้ยกเลิกวันนัดวันที่ 5 สิงหาคม 2535เสียด้วย ในวันที่ 27 กรกฎาคม 2535 นั้นเอง ทนายโจทก์ได้ยื่นคำแถลงต่อศาลเมื่อเวลา 10.36 นาฬิกา ว่า โจทก์มาศาลช้ากว่ากำหนดนัดเป็นเวลาประมาณ 30 นาที เหตุที่มาช้าเพราะฝนตกหนักตั้งแต่เช้า รถติดตลอดทาง ขอให้ศาลยกคดีขึ้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 40, 41 ด้วย ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า คดีนี้นัดสืบพยานโจทก์ในวันนี้คู่ความทั้งสองฝ่ายขาดนัดพิจารณา ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ เป็นกรณีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 200พระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 31 โจทก์ไม่มีสิทธิร้องขอพิจารณาคดีใหม่ แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะเสนอคำฟ้องของตนใหม่ ให้ยกคำแถลง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "คดีคงมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์แต่เพียงว่า การที่ศาลแรงงานกลางนำเอาประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 200 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 31 มาปรับแก่คดีแล้วสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยโจทก์อุทธรณ์ว่า กรณีนี้จะต้องนำเอาพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 40, 41 มาปรับจึงจะชอบ เพราะการที่จะเอาบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้ในการดำเนินกระบวนพิจารณาในคดีแรงงานได้ต่อเมื่อเป็นกรณีที่พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มิได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะเท่านั้น แต่กรณีการขาดนัดนั้นพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 ได้บัญญัติวิธีการไว้โดยเฉพาะแล้ว ตามมาตรา 40, 41 ฉะนั้น จึงนำเอาประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 200 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31มาใช้บังคับไม่ได้ เห็นว่า บทบัญญัติเกี่ยวกับกรณีขาดนัดที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 40, 41 นั้น เป็นกรณีที่ศาลสั่งรับฟ้องคดีโจทก์แล้วได้สั่งให้โจทก์มาศาลในวันเวลานัดตามมาตรา 37 เพื่อที่ศาลจะได้ทำการไกล่เกลี่ยให้คู่ความได้ตกลงกันตามมาตรา 38เท่านั้น ซึ่งข้อเท็จจริงในคดีนี้เมื่อศาลแรงงานกลางได้มีคำสั่งรับฟ้องของโจทก์แล้วได้นัดพิจารณาในวันที่ 9 กรกฎาคม 2535 เวลา14 นาฬิกา โดยศาลได้สั่งให้โจทก์มาศาลในวันเวลานัดด้วยซึ่งต่อมาโจทก์และจำเลยที่ 2 ก็ได้มาศาลตามวันเวลานัดดังกล่าวและศาลได้ทำการไกล่เกลี่ยตามมาตรา 38 แต่ตกลงกันไม่ได้ จึงได้จดประเด็นข้อพิพาทไว้ตามมาตรา 39 และได้นัดสืบพยานโจทก์ในวันที่27 กรกฎาคม 2535 เวลา 9 นาฬิกา ซึ่งเห็นได้ว่าการที่โจทก์ไม่มาศาลในวันที่ 27 กรกฎาคม 2535 มิใช่เป็นการไม่มาศาลตามมาตรา 37 เพราะขั้นตอนต่าง ๆ ตามมาตรา 37, 38 และ 39 ได้ผ่านพ้นไปแล้ว และกรณีที่โจทก์ไม่มาศาลในวันนัดสืบพยานโจทก์ภายหลังจากนั้น พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มิได้บัญญัติวิธีการดำเนินกระบวนพิจารณาไว้โดยเฉพาะดังนั้นจึงต้องนำเอาประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 200มาใช้บังคับโดยอนุโลมดังที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 คำสั่งของศาลแรงงานกลางชอบด้วยกฎหมายแล้วอุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3831/2535 องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ โจทก์ นาย โสภณ สถาพร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ · จำเลย - นาย โสภณ สถาพร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ตัน เวทไว · พรชัย สมรรถเวช · ชวลิต พรายภู่
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3116/2529ฎีกา 265/2481ฎีกา 2894/2532ฎีกา 4715/2542ฎีกา 1645/2549ฎีกา 4359/2540ฎีกา 10217/2551ฎีกา 2522/2531ฎีกา 4838/2548ฎีกา 685/2550ฎีกา 1968/2533ฎีกา 8374/2547ฎีกา 2328/2533ฎีกา 8875/2542ฎีกา 5086/2537ฎีกา 5111/2543ฎีกา 2572/2541ฎีกา 2093/2532ฎีกา 1081/2549ฎีกา 5712/2541ฎีกา 3042-3043/2560ฎีกา 1371/2536ฎีกา 584/2536ฎีกา 3260/2528
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ