⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3859/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3859/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลได้ใช้ทางพิพาทมานานเกินกว่า 10 ปี โดยไม่มีผู้ใดอ้างสิทธิเป็นเจ้าของ และผู้ใช้ทางไม่ต้องขออนุญาต ถือว่าเจ้าของที่ดินได้อุทิศทางพิพาทให้เป็นทางสาธารณะโดยปริยายแล้ว

ย่อคำพิพากษา

ราษฎรได้ใช้ทางพิพาทมานานเกินกว่า 10 ปี โดยไม่มีผู้ใดอ้างตนเองเป็นเจ้าของและผู้ใช้ทางเดินดังกล่าวก็ไม่ต้องขออนุญาตผู้ใด ถือว่าจำเลยได้อุทิศทางพิพาทให้เป็นทางสาธารณะโดยปริยายแล้ว ทางพิพาทจึงเป็นทางสาธารณประโยชน์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1304

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ทางเดินริมคลองวัดน้อย (ที่ถูกคือคลองวัดน้อยร้าง) หมู่ที่ ๑๐ตำบลบางเลน อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี จากหมู่บ้านออกไปสู่ถนนซอยวัดบางเลนเจริญ(วัดน้อย) เป็นทางสาธารณประโยชน์ จำเลยได้ทำรั้วสังกะสีปิดกั้นทางพิพาท เป็นเหตุให้โจทก์และราษฎรไม่สามารถใช้ทางพิพาทเดินเข้าออกได้ ขอให้พิพากษาว่าทางพิพาทเป็นทางสาธารณะห้ามมิให้จำเลยปิดกั้นอีกต่อไป ให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปิดกั้นทางพิพาทริมคลองวัดน้อยร้าง หมู่ที่ ๑๐ตำบลบางเลน อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ให้อยู่ในสภาพเดิมทุกประการ ถ้าจำเลยไม่รื้อก็ให้โจทก์รื้อถอนเอง โดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย จำเลยให้การว่า ทางพิพาทไม่ใช่ทางสาธารณประโยชน์ จำเลยซื้อที่ดินพิพาทจากนายจำปา ขุนสนิท และนางลำเจียก เข็มกลัด เมื่อปี ๒๕๑๕ จำเลยมิได้ปิดกั้นทางสาธารณะ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า ทางพิพาทเป็นทางสาธารณะ ให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปิดกั้นทางพิพาทให้อยู่ในสภาพเดิม ห้ามมิให้จำเลยปิดกั้นอีกต่อไป ส่วนที่โจทก์มีคำขอว่าหากจำเลยไม่ยอมรื้อถอนสิ่งปิดกั้นก็ให้โจทก์เป็นผู้รื้อถอน โดยให้จำเลยออกเงินค่าใช้จ่ายนั้นให้ยกเพราะประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๙๖ ทวิ ได้บัญญัติให้ศาลมีคำสั่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีให้จัดการให้ได้อยู่แล้ว จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ราษฎรได้ใช้ทางพิพาทมานานเกินกว่า ๑๐ ปีแล้วโดยไม่มีผู้ใดอ้างตนเองเป็นเจ้าของ และผู้ใช้ทางเดินดังกล่าวก็ไม่ต้องขออนุญาตผู้ใด ถือว่าจำเลยได้อุทิศทางพิพาทให้เป็นทางสาธารณะโดยปริยายแล้ว ทางพิพาทจึงเป็นทางสาธารณประโยชน์ส่วนที่จำเลยอ้างว่า ที่ดินแปลงดังกล่าวระบุไว้ว่าด้านทิศใต้ติดกับคลองวัดน้อยร้าง และไม่มีด้านใดติดกับทางสาธารณประโยชน์นั้น เห็นว่าเมื่อเป็นทางสาธารณประโยชน์ภายหลังออกโฉนดก็หาจำต้องจดทะเบียนแสดงว่าเป็นทางสาธารณะแต่ประการใด พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3859/2535 นายโปรย เปาชม โจทก์ นางพยุง กุลบุญลอย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายโปรย เปาชม · จำเลย - นางพยุง กุลบุญลอย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญสิน ตุลากัน · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · อุไร คังคะเกตุ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายชวลิต สุจริตกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายอภิศักดิ์ พรวชิราภา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1768/2548ฎีกา 367/2568ฎีกา 1405/2515ฎีกา 1331/2479ฎีกา 1532/2509ฎีกา 609/2522ฎีกา 3048/2537ฎีกา 948/2501ฎีกา 2775/2541ฎีกา 659/2529ฎีกา 2128/2542ฎีกา 3752/2529ฎีกา 1036/2506ฎีกา 2718/2538ฎีกา 1259/2496ฎีกา 337/2535ฎีกา 6620/2550ฎีกา 713/2512ฎีกา 1775-1776/2506ฎีกา 2904/2530ฎีกา 3473/2525ฎีกา 3803/2538ฎีกา 2978/2553ฎีกา 5832/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา