⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 390/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 390/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ขับขี่รถยนต์ที่อยู่ด้านหลังต้องใช้ความระมัดระวังในการขับขี่ให้เพียงพอที่จะหยุดรถได้ทันเมื่อรถคันหน้าหยุดกะทันหัน

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 ขับรถประมาทตัดหน้ารถยนต์ของโจทก์โดยกะทันหัน ผู้ขับรถยนต์ของโจทก์ได้ระมัดระวังและหยุดรถยนต์ทันทีเพื่อป้องกันมิให้ชนกับรถยนต์ที่จำเลยที่ 1 ขับ แต่จำเลยที่ 3ซึ่งขับรถยนต์ตามหลังรถยนต์ของโจทก์มา ไม่ใช้ความระมัดระวังทำให้หยุดรถไม่ทันและชนท้ายรถยนต์ ของโจทก์แล้วดันรถยนต์ของโจทก์ไปชนรถยนต์ที่จำเลยที่ 1 ขับ จึงเป็นความประมาทของจำเลยที่ 3 ด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.8 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์คันหมายเลขทะเบียนก-1764 ราชบุรี จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน 81-1516 นครปฐม จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน 80-4142 นครปฐม และเป็นนายจ้างของจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 4 เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน 80-4142 นครปฐม ไว้จากจำเลยที่ 2ในลักษณะประกันภัยค้ำจุน ในวันเกิดเหตุขณะที่นายอาภรณ์ สุขคันธรักษ์ สามีโจทก์ขับรถยนต์คันหมายเลขทะเบียนก-1764 ราชบุรี ของโจทก์ โดยมีโจทก์นั่งประจำที่นั่งด้านซ้ายมือของคนขับมาตามถนนเพชรเกษม จากหนองแขมโฉมหน้าไปทางท่าพระในระหว่างนั้นจำเลยที่ 3 ปฏิบัติหน้าที่ในทางการที่จ้างให้แก่จำเลยที่ 2 ได้ขับรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน 80-4142 นครปฐมของจำเลยที่ 2 มาด้วยความประมาทด้วยความเร็วสูงตามหลังรถยนต์ของโจทก์อย่างกระชั้นชิด เป็นเวลาเดียวกันที่จำเลยที่ 1 ได้ขับรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน 81-1516 นครปฐม มาตามถนนพุทธมณฑล สาย 2 ออกสู่ถนนเพชรเกษม จะเลี้ยวขวาเพื่อมุ่งหน้าไปทางจังหวัดนครปฐมด้วยความประมาทโดยขับรถด้วยความเร็วสูงเกินกว่าอัตราที่กำหนด เมื่อถึงปากทางแยกพุทธมณฑลสาย 2ไม่ชะลอรถและหยุดรถให้รถยนต์ของโจทก์ซึ่งแล่นมาตามถนนเพชรเกษมอันเป็นทางเอกแล่นผ่านไปก่อนกลับขับรถออกมาจากปากทางแยกพุทธมณฑลสาย 2 ผ่านตัดถนนเพชรเกษมมายังเกาะกลางเพื่อเลี้ยวขวาบ่ายหน้าไปทางจังหวัดนครปฐม ปาดหน้ารถยนต์ ของโจทก์ที่สามีโจทก์ขับมาอย่างกะทันหัน สามีโจทก์จึงได้หยุดรถเพื่อไม่ให้รถยนต์คันหมายเลขทะเบียน 81-1516 นครปฐม ชนกับรถยนต์ของโจทก์ ในขณะนั้นจำเลยที่ 3 ซึ่งขับรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน80-4142 นครปฐม มาด้วยความประมาทดังกล่าวเป็นเหตุให้ชนท้ายรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ก-1764 ราชบุรี ของโจทก์อย่างแรง แล้วดันรถยนต์ของโจทก์ไปชนรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน 81-1516 นครปฐมที่จำเลยที่ 1 ขับมาทำให้หน้ารถและท้ายรถยนต์ ของโจทก์บุบยุบเสียหาย โจทก์ได้รับบาดเจ็บเป็นแผลที่หัวเข่า จำเลยที่ 4 ในฐานะผู้รับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน 80-4142 นครปฐมขณะเกิดเหตุ จึงต้องร่วมกันรับผิดต่อโจทก์กับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินค่าเสียหายแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยที่ 1 และที่ 3 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 2 และที่ 4 ให้การว่า เหตุรถชนกันในคดีนี้มิได้เกิดจากความประมาทของจำเลยที่ 3 แต่เกิดขึ้นจากความประมาทของจำเลยที่ 1 และนายอาภรณ์ สุขคันธรักษ์ โดยนายอาภรณ์ขับรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ก-1764 ราชบุรี ตามหลังรถยนต์คันที่จำเลยที่ 3 ขับมาด้วยความเร็วสูงไม่ชะลอความเร็วของรถลง เมื่อถึงทางแยกได้ขับแซงรถยนต์คันที่จำเลยที่ 3 ขับขึ้นไปข้างหน้าแล้วเปลี่ยนเส้นทางเดินรถตัดหน้ารถยนต์คันที่จำเลยที่ 3 ขับในระยะกระชั้นชิด และรถยนต์ของโจทก์ได้เกิดชนกับรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน 81-1516 นครปฐม ซึ่งจำเลยที่ 1 เป็นผู้ขับแล่นออกมาจากทางแยกด้านซ้ายมือแล้วหยุดกะทันหัน สุดวิสัยที่จำเลยที่ 3 จะหยุดได้ทัน จึงเกิดชนกับรถยนต์คันที่นายอาภรณ์ เป็นผู้ขับ ขอให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระค่าเสียหายเป็นเงิน 100,605 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ย ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสี่รับผิดชำระค่าเสียหายเป็นเงิน100,105 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 และที่ 4 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 2เป็นเจ้าของรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน 80-4142 นครปฐม จำเลยที่ 4เป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์คันดังกล่าว และจำเลยที่ 3 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ในวันเกิดเหตุได้ขับรถยนต์คันดังกล่าวในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 โดยขับตามหลังรถยนต์ของโจทก์คันหมายเลขทะเบียน ก-1764 ราชบุรี จากหนองแขมมุ่งหน้าไปทางท่าพระ ครั้นมาถึงทางแยกที่ถนนพุทธมณฑลสาย 2 จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 81-1516 นครปฐม จากถนนพุทธมณฑลสาย 2 ออกไปถนนเพชรเกษมเพื่อเลี้ยวขวาไปจังหวัดนครปฐม ผู้ขับรถยนต์ของโจทก์ได้หยุดรถเพื่อไม่ให้ชนรถยนต์ที่จำเลยที่ 1 ขับ จำเลยที่ 3 ซึ่งขับรถตามหลังรถยนต์ของโจทก์หยุดรถไม่ทัน จึงชนท้ายรถยนต์ ของโจทก์แล้วดันรถยนต์ของโจทก์ไปชนกับรถยนต์ที่จำเลยที่ 1 ขับเป็นเหตุให้รถยนต์ของโจทก์ได้รับความเสียหาย พิเคราะห์แล้ว ข้อต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยที่ 2 และที่ 4ประการแรกมีว่า จำเลยที่ 3 ประมาทหรือไม่ โดยจำเลยที่ 2และที่ 4 ฎีกาว่า จำเลยที่ 1 ขับรถปาดหน้ารถยนต์ของโจทก์ คนขับรถยนต์ของโจทก์หยุดรถกะทันหันทันที จึงเป็นเหตุสุดวิสัยทำให้จำเลยที่ 3 ซึ่งขับรถยนต์ตามหลังรถยนต์ของโจทก์มาไม่อาจจะหยุดรถได้ทันนั้น เห็นว่า การที่จำเลยที่ 3 ขับรถยนต์ตามหลังรถยนต์คันอื่น ก็ต้องระมัดระวังมิให้เกิดเหตุขึ้น เพราะรถยนต์คันหน้าอาจเกิดเหตุขึ้นเมื่อไรก็ได้ ผู้ขับรถยนต์ตามรถยนต์คันอื่นจึงต้องระมัดระวังที่จะไม่ขับรถให้เร็วหรือขับรถจนกระชั้นชิดกับรถยนต์คันหน้าเกินไป การขับรถเร็วและกระชั้นชิดคันหน้าเกินไป เมื่อรถยนต์คันหน้าเกิดเหตุขึ้น ทำให้รถยนต์คันหลังหยุดรถไม่ทันและชนท้ายรถยนต์ คันหน้า มิใช่เป็นเหตุสุดวิสัย เพราะคนขับรถยนต์คันหลังมีโอกาสที่ระมัดระวังได้เมื่อไม่ใช้ความระมัดระวังจนเกิดเหตุขึ้น จึงถือว่าเป็นความประมาทของคนขับรถยนต์คันหลัง สำหรับคดีนี้เมื่อจำเลยที่ 1 ขับรถประมาทปาดหน้ารถยนต์ของโจทก์โดยกะทันหัน ผู้ขับรถยนต์ของโจทก์ได้ระมัดระวังและหยุดรถยนต์ทันทีเพื่อป้องกันมิให้ชนกับรถยนต์ที่จำเลยที่ 1 ขับ แต่จำเลยที่ 3 ซึ่งขับรถยนต์ตามหลังรถยนต์ของโจทก์มา ถ้าระมัดระวังเช่นเดียวกับคนขับรถยนต์ของโจทก์ ก็จะหยุดรถได้ทันและไม่เกิดเหตุขึ้น เมื่อจำเลยที่ 3 ไม่ใช้ความระมัดระวังทำให้หยุดรถไม่ทัน และชนท้ายรถยนต์ ของโจทก์แล้วดันรถยนต์ของโจทก์ไปชนรถยนต์ที่จำเลยที่ 1 ขับ จึงฟังได้ว่าเป็นความประมาทของจำเลยที่ 3 ด้วย ฎีกาจำเลยที่ 2 และที่ 4 ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 390/2535 นาง สุรีพร สุขคันธรักษ์ โจทก์ นาย เป๋งกิม บุญ ส่ง เจริญ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง สุรีพร สุขคันธรักษ์ · จำเลย - นาย เป๋งกิม บุญ ส่ง เจริญ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ก้าน อันนานนท์ · อุดม เฟื่องฟุ้ง · อัมพร ทองประยูร
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 1479/2526ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา