คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3903/2535
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ฟ้องแย้งต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับคำฟ้องเดิมของโจทก์ หากเป็นคนละเรื่องกัน ศาลจะรับฟ้องแย้งไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากห้องแถวพิพาทของโจทก์ จำเลยฟ้องแย้งว่า โจทก์ปลอมเอกสารเกี่ยวกับห้องแถวพิพาท จำเลยแจ้งความดำเนินคดีแก่โจทก์ โจทก์ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับจำเลยโดยตกลงชดใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยเป็นเงิน 20,200 บาท เมื่อถึงกำหนดโจทก์เพิกเฉย จึงขอให้ศาลบังคับให้ ดังนี้ ข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาตามคำฟ้องของโจทก์และฟ้องแย้งของจำเลยเป็นคนละเรื่องกัน ฟ้องแย้งของจำเลยจึงเป็นเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิมของโจทก์ ชอบที่จะไม่รับฟ้องแย้งของจำเลย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า ห้องแถวไม้สองชั้นเลขที่ 130 พร้อมที่ดินโฉนดเลขที่ 7129 เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์โดยซื้อมาจากนายวสันต์ ศรีบุญมากุล ก่อนโจทก์ซื้อโจทก์แจ้งให้จำเลยซึ่งเช่าห้องแถวทราบแล้ว จำเลยไม่ประสงค์จะเช่าต่อไป หลังจากโจทก์ซื้อแล้วโจทก์มอบให้ทนายความของโจทก์มีหนังสือแจ้งให้จำเลยออกไป แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารพร้อมทั้งขนย้ายสิ่งของออกไปและส่งมอบห้องแถวพร้อมตู้วางสินค้าในสภาพเรียบร้อยคืนโจทก์ให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 2,500 บาท นับแต่วันที่1 กุมภาพันธ์ 2534 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะขนย้ายสิ่งของออกไปและส่งมอบห้องแถวคืนโจทก์
จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่ใช่เจ้าของห้องแถวพิพาท และฟ้องแย้งว่า เมื่อเดือนมกราคม 2534 โจทก์ปลอมเอกสารเกี่ยวกับห้องแถวพิพาทจำเลยแจ้งความดำเนินคดีแก่โจทก์ โจทก์ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับจำเลยโดยตกลงชดใช้ค่าเสียหายแก่จำเลย 20,200 บาท ภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2534 เมื่อถึงกำหนดโจทก์เพิกเฉย ขอให้บังคับโจทก์ชำระเงินแก่จำเลย 20,200 บาท
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับคำให้การจำเลย ส่วนฟ้องแย้งมีคำสั่งว่าไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิม ไม่รับฟ้องแย้ง จำเลยอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฟ้องแย้ง ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากห้องแถวพิพาทของโจทก์ จำเลยฟ้องแย้งว่า โจทก์ปลอมเอกสารเกี่ยวกับห้องแถวพิพาท จำเลยแจ้งความดำเนินคดีแก่โจทก์ โจทก์ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับจำเลยโดยตกลงชดใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยเป็นเงิน 20,200 บาท เมื่อถึงกำหนดโจทก์เพิกเฉย จึงขอให้ศาลบังคับให้ เห็นว่า ข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาตามคำฟ้องของโจทก์และฟ้องแย้งของจำเลยเป็นคนละเรื่องกัน ฟ้องแย้งของจำเลยจึงเป็นเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิมของโจทก์ ชอบที่จะไม่รับฟ้องแย้งของจำเลยไว้พิจารณา ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฟ้องแย้งนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3903/2535
นาย พิชัย ธิติรักษ์พานิชย์ โจทก์
นาย ถวิล บัว สาย จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นาย พิชัย ธิติรักษ์พานิชย์ · จำเลย - นาย ถวิล บัว สาย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · บุญสิน ตุลากัน · ชลิต ประไพศาล |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา