คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3999/2535
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* แม้บันทึกการจับกุมจะมีข้อบกพร่องบางประการ แต่หากมีเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมจับกุมจริง พยานหลักฐานโจทก์ก็ไม่เสียไป
* การกระทำที่มุ่งประสงค์ให้ผู้เสียหายปล่อยทรัพย์สิน ไม่ใช่ประสงค์ต่อชีวิต ถือเป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกายเพื่อลักทรัพย์
* ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยในความผิดที่รวมอยู่ในการกระทำความผิดที่โจทก์ฟ้องได้ แม้จะไม่ได้ระบุไว้ในฟ้องโดยตรง
ย่อคำพิพากษา
บันทึกการจับกุมที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจลงชื่อ 16 คน แม้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ลงชื่อในบันทึกการจับกุมทั้งหมดจะไปร่วมจับกุมด้วยหรือไม่แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 คน ร่วมทำการจับคนร้ายจริง แม้บันทึกบางส่วนจะไม่เป็นจริง ก็ไม่ทำให้พยานหลักฐานโจทก์เสียไป
จำเลยเข้าแย่งกระเป๋าจากผู้เสียหาย นาย อ.ซึ่งนั่งติดกับผู้เสียหายได้ช่วยเหลือผู้เสียหาย ในขณะที่มีการแย่งกระเป๋ากันอยู่ จำเลยก็อยู่ใกล้นาย อ.ทั้งมือจำเลยก็ไม่มีอะไรขัดขวางไม่ให้เคลื่อนไหว จำเลยย่อมมีโอกาสยิง นาย อ.ตรงส่วนใดของร่างกายก็ได้ การที่จำเลยยิงที่มือนาย อ.เป็นพฤติการณ์ที่แสดงว่าประสงค์จะให้นาย อ.ปล่อยกระเป๋า มิใช่ประสงค์จะฆ่านาย อ. จำเลยจึงมีความผิดตาม ป.อ.มาตรา 296 เท่านั้น
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 289, 339, 340 ตรีทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกายตาม ป.อ.มาตรา 296ซึ่งเป็นความผิดที่รวมอยู่ในการกระทำข้อหาพยายามฆ่า ศาลมีอำนาจลงโทษตามความผิดฐานทำร้ายร่างกายได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคท้าย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดยะลา · จำเลย - นายอ๊อดหรือไข่ ภาณุเมธา |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ก้าน อันนานนท์ · อุดม เฟื่องฟุ้ง · อัมพร ทองประยูร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดยะลา - นายปานนท์ กัจฉปานันท์ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ - นายศุภชัย ภู่งาม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา