คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4074/2535
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ถอนฟ้องจำเลยบางส่วน ย่อมมีผลเป็นการไม่ติดใจให้บังคับตามคำขอท้ายฟ้องในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ถูกถอนฟ้องนั้นด้วย และศาลจะสั่งเกินคำขอท้ายฟ้องไม่ได้
การที่จำเลยได้ น.ส.3 ก. และโอนที่ดินตาม น.ส.3 ก. ไป ไม่ถือเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ หาก น.ส.3 ก. ดังกล่าวไม่ได้ทับที่ดินของโจทก์ และโจทก์ไม่ได้เสียหายในทางอื่นอีก
ย่อคำพิพากษา
คำขอท้ายฟ้องของโจทก์ขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4เพิกถอน น.ส.3 ก. ถ้าจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ไม่ปฏิบัติตามก็ขอให้เอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 เมื่อต่อมาโจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ 1ถึงที่ 4 ย่อมมีผลเป็นการไม่ติดใจให้บังคับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ตามคำขอท้ายฟ้องด้วย จึงถือเสมือนไม่มีคำขอให้เพิกถอน น.ส.3 ก. อยู่ในคำขอท้ายฟ้อง ศาลจึงสั่งเกี่ยวกับการเพิกถอน น.ส.3 ก.ไม่ได้ เนื่องจากจะเป็นการสั่งเกินคำฟ้องซึ่งต้องห้ามตาม ป.วิ.พ.มาตรา 142
น.ส.3 ก. ของที่ดินพิพาทไม่ได้ทับที่ดินของโจทก์การที่จำเลยที่ 5 ได้ น.ส.3 ก. ดังกล่าวไปจากเจ้าพนักงานที่ดินแล้วได้โอนที่ดินตาม น.ส.3 ก. ให้แก่จำเลยที่ 6 ไม่ปรากฎข้อเท็จจริงว่าได้ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายในทางอื่นอีก จำเลยที่ 5 และที่ 6 จึงไม่ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์โจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายที่จะมีสิทธิฟ้องจำเลยที่ 5 และที่ 6
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเอี้ยงตั้ง แซ่ลิ่ม · จำเลย - กรมที่ดิน กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา · อากาศ บำรุงชีพ · ชลิต ประไพศาล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสงขลา - นายกานต์ วงศ์ศิริ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ - นายสุทธิ อินทุเศรษฐ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา