คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 478/2535
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การจัดให้มีการเล่นการพนันที่ผิดกฎหมายโดยมีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก ถือเป็นการกระทำที่ร้ายแรง ไม่มีเหตุสมควรแก่การรอการลงโทษ.
ย่อคำพิพากษา
การพนันป๊อกเป็นการพนันประเภทห้ามขาด การที่จำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดให้มีการเล่นและมีผู้เข้าร่วมเล่นถึง 22 คน นับว่าเป็น การพนันรายใหญ่ ผู้เล่นล้วนแต่มีอาชีพรับจ้าง ทำไร่ ทำนา แทนที่ จะประกอบอาชีพโดยสุจริตกลับมั่วสุมเล่นการพนันอันเป็นสิ่งมอมเมา และเป็นอบายมุขที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่เศรษฐกิจของชาติบ้านเมือง การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงไม่มีเหตุสมควรที่จะรอการลงโทษให้.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งหมดนี้กับพวกที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้องได้ร่วมกันเล่นการพนันป๊อก อันเป็นการพนันประเภทห้ามขาด โดยจำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดให้มีการเล่นขึ้น จำเลยที่ 2 ถึงที่ 23เป็นผู้เข้าเล่นการพนัน ทั้งนี้โดยจำเลยทั้งหมดไม่ได้รับอนุญาตขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 4, 5, 6,10, 12, 15 พระราชบัญญัติการพนัน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2490 มาตรา 3พระราชบัญญัติการพนัน (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2504 มาตรา 3 ริบของกลางและให้จำเลยจ่ายสินบนนำจับแก่ผู้นำจับตามกฎหมาย
จำเลยทั้งยี่สิบสามคนให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนันพ.ศ. 2478 มาตรา 4, 5, 6, 10, 12, 15 พระราชบัญญัติการพนัน(ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2490 มาตรา 3 พระราชบัญญัติการพนัน (ฉบับที่ 7)พ.ศ. 2504 มาตรา 3 จำเลยทั้งหมดให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานเป็นผู้จัดจำคุก 2 เดือน ปรับ 2,000 บาท จำเลยนอกนั้นปรับคนละ 1,000 บาทสำหรับจำเลยที่ 1 โทษจำคุกรอไว้ 2 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทนริบของกลาง ให้จำเลยจ่ายสินบนนำจับกึ่งหนึ่งของค่าปรับ
โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 หนักขึ้นและไม่รอลงโทษจำคุก
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงให้จำคุก 2 เดือน สถานเดียวโดยไม่ลงโทษปรับและไม่รอการลงโทษ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยที่ 1 ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...การพนันป๊อกเป็นการพนันประเภทห้ามขาดการที่จำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดให้มีการเล่นและมีผู้เข้าร่วมเล่นถึง22 คน นับว่าเป็นการพนันรายใหญ่ ผู้เล่นล้วนแต่มีอาชีพรับจ้างทำนา แทนที่จะประกอบอาชีพโดยสุจริตกลับมั่วสุมเล่นการพนันอันเป็นสิ่งมอมเมาและเป็นอบายมุขที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่เศรษฐกิจของชาติบ้านเมือง การกระทำของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวจึงไม่มีเหตุสมควรที่จะรอการลงโทษให้..."
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 478/2535
พนักงานอัยการ ประจำศาล แขวง ลพบุรี โจทก์
นาง ชู สุว นา กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ ประจำศาล แขวง ลพบุรี · จำเลย - นาง ชู สุว นา กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมมาตร พรหมานุกูล · เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์ · สมศักดิ์ วิธุรัติ |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ