⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 536/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 536/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยื่นอุทธรณ์โดยไม่ชำระค่าธรรมเนียมศาล หรือวางเงินค่าธรรมเนียมแก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งพร้อมอุทธรณ์ และไม่ได้รับอนุญาตให้นำมาวางภายหลัง ถือเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่มีสิทธิฎีกาได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยยื่นอุทธรณ์พร้อมกับคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องและสั่งให้จำเลยเสียค่าธรรมเนียมศาลภายใน 15 วัน การที่จำเลยขอขยายระยะเวลาดังกล่าวเป็นการขอขยายระยะเวลา ที่ศาลกำหนด ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 23 ซึ่งจะต้องกระทำก่อนระยะเวลา ดังกล่าวสิ้นสุดลงเว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย ผู้อุทธรณ์ต้องนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความ อีก ฝ่ายหนึ่งมาวางศาลพร้อมอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 229 แต่จำเลย ยื่นอุทธรณ์โดยมิได้ชำระเงินค่าธรรมเนียม และนำค่าธรรมเนียม ซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งมาวางศาลพร้อมอุทธรณ์และ มิได้รับอนุญาตให้นำมาวางได้ภายหลัง จึงไม่เป็นอุทธรณ์ที่ชอบด้วย กฎหมาย ศาลอุทธรณ์ชอบที่ จะปฏิเสธไม่รับวินิจฉัยให้ การที่ศาลอุทธรณ์ รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยจึงเป็นการมิชอบ และถือไม่ได้ว่า เป็นข้อที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบ ในศาลอุทธรณ์ จำเลยจึงไม่มีสิทธิ ฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.23 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.156 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.229 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.23 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.156 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.229 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.249

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอบังคับให้จำเลยชำระเงินตามสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีจำนวน 3,274,642.12 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19 ต่อปี ในต้นเงิน 2,915,802.34 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์หากบังคับทรัพย์จำนองได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้บังคับจากทรัพย์อื่นของจำเลยจนครบ จำเลยให้การปฏิเสธความรับผิด ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินเบิกเกินบัญชี 2,197,132.41บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ หากจำเลยไม่ชำระและบังคับทรัพย์จำนองแล้วยังไม่พอชำระหนี้ ให้บังคับจากทรัพย์สินอื่นของจำเลยได้ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในชั้นอุทธรณ์คดีนี้จำเลยยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องของจำเลยแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง และมีคำสั่งให้จำเลยเสียค่าธรรมเนียมศาลภายใน 15 วันจำเลยทราบคำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวแล้วตั้งแต่วันที่ 26พฤศจิกายน 2529 จำเลยจึงต้องชำระค่าธรรมเนียมต่อศาลภายในวันที่11 ธันวาคม 2529 แต่จำเลยไม่ชำระตามกำหนด โดยอุทธรณ์คำสั่งศาลดังกล่าว ศาลชั้นต้นไม่รับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย เนื่องจากยื่นเกินกำหนดเวลาอุทธรณ์คำสั่ง ต่อมาวันที่ 22 ธันวาคม 2529 ซึ่งสิ้นระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดให้จำเลยเสียค่าธรรมเนียมศาลแล้ว จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอขยายระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดให้จำเลยเสียค่าธรรมเนียมศาลภายในกำหนด 15 วันนั้นออกไปอีก 60 วัน อ้างว่าศาลกำหนดระยะเวลาให้จำเลยนำเงินมาวางเพียง 15 วัน แต่เงินค่าธรรมเนียมมีจำนวนเกือบ 200,000 บาท ซึ่งจำเลยไม่อาจหาเงินมาวางศาลได้ทันเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมจึงขอขยายระยะเวลาดังกล่าว ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้จำเลยวางเงินในการอุทธรณ์ได้จนถึงวันที่ 12 มกราคม 2529 (ที่ถูกน่าจะเป็นวันที่ 12 มกราคม 2530)ต่อมาในวันที่ 12 มกราคม 2530 จำเลยวางเงินค่าธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ตามคำสั่งศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยส่งศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณา พิเคราะห์แล้วเห็นว่า การที่จำเลยขอขยายระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดให้จำเลยเสียค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์นั้น เป็นการขอขยายระยะเวลาที่ศาลกำหนดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23ซึ่งจะต้องกระทำก่อนระยะเวลาดังกล่าวสิ้นสุดลง เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัยแต่ตามคำร้องนี้ไม่ปรากฏว่ามีเหตุสุดวิสัยอย่างใดจำเลยจึงไม่มีสิทธิที่จะขอขยายระยะเวลาดังกล่าวได้ ที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยขยายระยะเวลาวางเงินต่อไปอีก จึงไม่ชอบและผู้อุทธรณ์จะต้องนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งมาวางศาลพร้อมอุทธรณ์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา229 แต่จำเลยยื่นอุทธรณ์โดยมิได้ชำระเงินค่าธรรมเนียมและนำค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งมาวางศาลพร้อมอุทธรณ์และมิได้รับอนุญาตให้นำมาวางได้ภายหลังโดยชอบด้วยกฎหมายดังวินิจฉัยข้างต้น อุทธรณ์ของจำเลยจึงไม่เป็นอุทธรณ์ที่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลอุทธรณ์ชอบที่จะปฏิเสธไม่รับวินิจฉัยให้ การที่ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยจึงเป็นการมิชอบ และถือไม่ได้ว่าเป็นข้อที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ จำเลยจึงไม่มีสิทธิฎีกาต่อมา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และยกฎีกาของจำเลย คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาให้จำเลย ค่าทนายความชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 536/2535 ธนาคาร สยาม จำกัด โจทก์ นาย ชู ศักดิ์ จันทนวรานนท์ หรือ แซ่เตียว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคาร สยาม จำกัด · จำเลย - นาย ชู ศักดิ์ จันทนวรานนท์ หรือ แซ่เตียว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิทวัส อยู่วัฒนา · ไพศาล รางชางกูร · ประสิทธิ์ แสนศิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 6025/2538ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 7032/2539ฎีกา 3616/2558ฎีกา 8203/2538ฎีกา 3542/2545ฎีกา 1030/2509ฎีกา 710/2542ฎีกา 8884/2543ฎีกา 194/2543ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 8735/2542ฎีกา 4041/2542ฎีกา 3589/2525ฎีกา 1360/2544ฎีกา 3192/2532ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 8277/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา